ชื่อเรื่อง :
ชื่อไฟล์ : file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้
ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับจ้างเหมาจัดเตรียมสถานที่โครงการแข่งขันฟุตซอล ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับจ้างเหมาจัดเตรียมสถานที่โครงการแข่งขันฟุตซอล ../add_file/แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับจ้างเหมาจัดเตรียมสถานที่โครงการแข่งขันฟุตซอล

ชื่อไฟล์ : ตัวอย่างเอกสาร online ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ตัวอย่างเอกสาร online ../add_file/ตัวอย่างเอกสาร online

ชื่อไฟล์ : ตัวอย่างเอกสาร online ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ตัวอย่างเอกสาร online ../add_file/ตัวอย่างเอกสาร online

ชื่อไฟล์ : ข้อมูลระบบ ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ข้อมูลระบบ ../add_file/ข้อมูลระบบ

ชื่อไฟล์ : บทความใหม่ ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: บทความใหม่ ../add_file/บทความใหม่

ชื่อไฟล์ : ตัวอย่างเอกสาร online ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ตัวอย่างเอกสาร online ../add_file/ตัวอย่างเอกสาร online

ชื่อไฟล์ : {$Duration:1200,$Opacity:2} ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: {$Duration:1200,$Opacity:2} ../add_file/{$Duration:1200,$Opacity:2}

ชื่อไฟล์ : FM5StIFSun31114.jpg

ชื่อไฟล์ :

 

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

 

../add_file/

 



ชื่อไฟล์ : ขอข้อมูล ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ขอข้อมูล ../add_file/ขอข้อมูล

ชื่อไฟล์ : เข้ามาเยี่ยมชมครับ ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: เข้ามาเยี่ยมชมครับ ../add_file/เข้ามาเยี่ยมชมครับ

ชื่อไฟล์ :

รอปรับปรุง ใหม่

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

รอปรับปรุง ใหม่

../add_file/

รอปรับปรุง ใหม่



ชื่อไฟล์ :

รอปรับปรุง

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

รอปรับปรุง

../add_file/

รอปรับปรุง



ชื่อไฟล์ : w3-animate-opacity ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: w3-animate-opacity ../add_file/w3-animate-opacity

ชื่อไฟล์ :

รอปรับปรุง

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

รอปรับปรุง

../add_file/

รอปรับปรุง



ชื่อไฟล์ :

คำถาม :
ตอบ :
 

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

คำถาม :
ตอบ :
 

../add_file/

คำถาม :
ตอบ :
 



ชื่อไฟล์ :

 

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

 

../add_file/

 



ชื่อไฟล์ :

 

องค์การบริหารส่วนตำบลกุดค้า

 เลขที่ 294 หมู่ 12  อำเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรธานี 41310

 โทรศัพท์/โทรสาร 0-4226-8114

www.kudkha.go.th

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

 

องค์การบริหารส่วนตำบลกุดค้า

 เลขที่ 294 หมู่ 12  อำเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรธานี 41310

 โทรศัพท์/โทรสาร 0-4226-8114

www.kudkha.go.th

../add_file/

 

องค์การบริหารส่วนตำบลกุดค้า

 เลขที่ 294 หมู่ 12  อำเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรธานี 41310

 โทรศัพท์/โทรสาร 0-4226-8114

www.kudkha.go.th



ชื่อไฟล์ :

สถานที่ท่องเที่ยว2234dsfasf

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

สถานที่ท่องเที่ยว2234dsfasf

../add_file/

สถานที่ท่องเที่ยว2234dsfasf



ชื่อไฟล์ : ทดสอบ ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ทดสอบ ../add_file/ทดสอบ

ชื่อไฟล์ :

ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ของเรา

ไม่ว่าท่านจะเคยได้ยินอะไรเกี่ยวกับการจัดทำเว็บไซต์...

เราพร้อมที่จะพัฒนาให้ระบบทำงานได้ดี และรวดเร็วง่ายสำหรับทุกคน

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ของเรา

ไม่ว่าท่านจะเคยได้ยินอะไรเกี่ยวกับการจัดทำเว็บไซต์...

เราพร้อมที่จะพัฒนาให้ระบบทำงานได้ดี และรวดเร็วง่ายสำหรับทุกคน

../add_file/

ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ของเรา

ไม่ว่าท่านจะเคยได้ยินอะไรเกี่ยวกับการจัดทำเว็บไซต์...

เราพร้อมที่จะพัฒนาให้ระบบทำงานได้ดี และรวดเร็วง่ายสำหรับทุกคน



ชื่อไฟล์ :
ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:
../add_file/


ชื่อไฟล์ :

เราเป็นผู้พัฒนาเว็บไซต์ให้ใช้งานง่าย ด้วยระบบ easyweb ใช้งานง่าย พร้อมแสดงได้ในแทบเล็ต และมือถือ

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

เราเป็นผู้พัฒนาเว็บไซต์ให้ใช้งานง่าย ด้วยระบบ easyweb ใช้งานง่าย พร้อมแสดงได้ในแทบเล็ต และมือถือ

../add_file/

เราเป็นผู้พัฒนาเว็บไซต์ให้ใช้งานง่าย ด้วยระบบ easyweb ใช้งานง่าย พร้อมแสดงได้ในแทบเล็ต และมือถือ



ชื่อไฟล์ :

การพัฒนาระบบของเรา

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

การพัฒนาระบบของเรา

../add_file/

การพัฒนาระบบของเรา



ชื่อไฟล์ : รอปรับปรุงข้อมูล... ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: รอปรับปรุงข้อมูล... ../add_file/ รอปรับปรุงข้อมูล...

ชื่อไฟล์ :

 

(นายวิมุตติ์  วิเชียรเครือ)
นายก อบต.กุดค้า

สายด่วนนายก

      โทร.0-4218-0664

 

(นายประยูร  บัวช่วย)
ปลัด อบต.กุดค้า

สายด่วนปลัด

     โทร.0-4218-0664

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

 

(นายวิมุตติ์  วิเชียรเครือ)
นายก อบต.กุดค้า

สายด่วนนายก

      โทร.0-4218-0664

 

(นายประยูร  บัวช่วย)
ปลัด อบต.กุดค้า

สายด่วนปลัด

     โทร.0-4218-0664

../add_file/

 

(นายวิมุตติ์  วิเชียรเครือ)
นายก อบต.กุดค้า

สายด่วนนายก

      โทร.0-4218-0664

 

(นายประยูร  บัวช่วย)
ปลัด อบต.กุดค้า

สายด่วนปลัด

     โทร.0-4218-0664



ชื่อไฟล์ :
 
วิสัยทัศน์ (Vision)
 
      “เกษตรนำเศรษฐกิจ  คุณภาพชีวิตองค์รวม  การศึกษาตลอดชีวิต  มุ่งสู่ประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน”
 
     กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ๑ (อุดรธานี หนองคาย หนองบัวล าภู เลย บึงกาฬ) เป็น พื้นที่ ที่มีศักยภาพและโอกาสการพัฒนาด้านการค้า อุตสาหกรรมกาผลิตและอุตสาหกรรมการบริการเนื่องจาก ตั้งอยู่ตอนบนของภาคและมีบริการพื้นฐานเละสิ่งอ านวยความสะดวกครบถ้วน มีถนนสายหลักคือสายมิตรภาพ มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน คือ สปป. ลาว และมีสะพานมิตรภาพไทย - ลาว เป็นประตูการค้าลงทุน และ การท่องเที่ยว กับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคกลุ่มน้ าโขง ตลอดจนเชื่อมโยงกับจีนตอนใต้
 
พันธกิจ (Mision)
 
พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอ านวยความสะดวกด้านการเกษตรการท่องเที่ยวและการค้า
ส่งเสริมความร่วมมือทางการเกษตร การท่องเที่ยว และการค้า กับประเทสอนุภาคกลุ่มน้ าโขง
พัฒนาระบบการเพาะปลูก อุตสาหกรรมการผลิตและบริการ ให้ได้มาตรฐานสากล
พัฒนาศักยภาพบุคลากรภาครัฐและเอกชนให้สามารถแข่งขันได้
ประเด็นยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
 
ยุทธศาสตร์ที่ 1 : การยกระดับการค้า การผลิตสินค้าทางการเกษตร
ยุทธศาสตร์ที่ 2 : การพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
ยุทธศาสตร์ที่ 3. : การเพิ่มศักยภาพการค้าชายแดน
 
ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:
 
วิสัยทัศน์ (Vision)
 
      “เกษตรนำเศรษฐกิจ  คุณภาพชีวิตองค์รวม  การศึกษาตลอดชีวิต  มุ่งสู่ประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน”
 
     กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ๑ (อุดรธานี หนองคาย หนองบัวล าภู เลย บึงกาฬ) เป็น พื้นที่ ที่มีศักยภาพและโอกาสการพัฒนาด้านการค้า อุตสาหกรรมกาผลิตและอุตสาหกรรมการบริการเนื่องจาก ตั้งอยู่ตอนบนของภาคและมีบริการพื้นฐานเละสิ่งอ านวยความสะดวกครบถ้วน มีถนนสายหลักคือสายมิตรภาพ มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน คือ สปป. ลาว และมีสะพานมิตรภาพไทย - ลาว เป็นประตูการค้าลงทุน และ การท่องเที่ยว กับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคกลุ่มน้ าโขง ตลอดจนเชื่อมโยงกับจีนตอนใต้
 
พันธกิจ (Mision)
 
พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอ านวยความสะดวกด้านการเกษตรการท่องเที่ยวและการค้า
ส่งเสริมความร่วมมือทางการเกษตร การท่องเที่ยว และการค้า กับประเทสอนุภาคกลุ่มน้ าโขง
พัฒนาระบบการเพาะปลูก อุตสาหกรรมการผลิตและบริการ ให้ได้มาตรฐานสากล
พัฒนาศักยภาพบุคลากรภาครัฐและเอกชนให้สามารถแข่งขันได้
ประเด็นยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
 
ยุทธศาสตร์ที่ 1 : การยกระดับการค้า การผลิตสินค้าทางการเกษตร
ยุทธศาสตร์ที่ 2 : การพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
ยุทธศาสตร์ที่ 3. : การเพิ่มศักยภาพการค้าชายแดน
 
../add_file/
 
วิสัยทัศน์ (Vision)
 
      “เกษตรนำเศรษฐกิจ  คุณภาพชีวิตองค์รวม  การศึกษาตลอดชีวิต  มุ่งสู่ประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน”
 
     กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ๑ (อุดรธานี หนองคาย หนองบัวล าภู เลย บึงกาฬ) เป็น พื้นที่ ที่มีศักยภาพและโอกาสการพัฒนาด้านการค้า อุตสาหกรรมกาผลิตและอุตสาหกรรมการบริการเนื่องจาก ตั้งอยู่ตอนบนของภาคและมีบริการพื้นฐานเละสิ่งอ านวยความสะดวกครบถ้วน มีถนนสายหลักคือสายมิตรภาพ มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน คือ สปป. ลาว และมีสะพานมิตรภาพไทย - ลาว เป็นประตูการค้าลงทุน และ การท่องเที่ยว กับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคกลุ่มน้ าโขง ตลอดจนเชื่อมโยงกับจีนตอนใต้
 
พันธกิจ (Mision)
 
พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอ านวยความสะดวกด้านการเกษตรการท่องเที่ยวและการค้า
ส่งเสริมความร่วมมือทางการเกษตร การท่องเที่ยว และการค้า กับประเทสอนุภาคกลุ่มน้ าโขง
พัฒนาระบบการเพาะปลูก อุตสาหกรรมการผลิตและบริการ ให้ได้มาตรฐานสากล
พัฒนาศักยภาพบุคลากรภาครัฐและเอกชนให้สามารถแข่งขันได้
ประเด็นยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
 
ยุทธศาสตร์ที่ 1 : การยกระดับการค้า การผลิตสินค้าทางการเกษตร
ยุทธศาสตร์ที่ 2 : การพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
ยุทธศาสตร์ที่ 3. : การเพิ่มศักยภาพการค้าชายแดน
 


ชื่อไฟล์ :

อีเมลล์ : 
เบอร์โทร :

การดำเนินการด้านการบริหารงานบุคคล

- การวางแผนกำลังคน พิจารณาจัดระเบียบงานและโครงสร้าง การแบ่งส่วนราชการของ อบต. การปรับปรุงการกำหนดตำแหน่ง การควบคุณมการใช้อัตรากำลังของพนักงานส่วนตำบล

- การสรรหา บรรจุและแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การประเมินบุคคลและผลงาน การโอน ย้าย การออกจากราชการ และการประเมินผลการปฏิบัติงาน 

- การดำเนินการด้านทะเบียนประวัติและบำเหน็จบำนาญ การลาประเภทต่าง ๆ การขอพระราชทานเครื่องราชฯ การออกหนังสือสำคัญ และหนังสือรับรองเพื่อสิทธิต่างๆ การขอบำเหน็จบำนาญ เงินทำขวัญ เงินช่วยเหลือ 

- การจัดทำแผนกลยุทธของ อบต. และแผนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ การตรวจสอบสืบสวนหาข้อเท็จจริง ร้องเรียน แจ้งเบาะแส ดำเนินการทางวินัยพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับอุทธรณ์ การวางแผนเสริมสร้างและปรับปรุงระบบงานวินัย การรักาาวินัยและจรรยาของพนักงานส่วนตำบลให้สดอคล้องกับประกาศคุณะรรม จริยธรรม และจรรยาวิชาชนองค์กร 

- การดำเนินการด้านการฝึกอบรม

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

อีเมลล์ : 
เบอร์โทร :

การดำเนินการด้านการบริหารงานบุคคล

- การวางแผนกำลังคน พิจารณาจัดระเบียบงานและโครงสร้าง การแบ่งส่วนราชการของ อบต. การปรับปรุงการกำหนดตำแหน่ง การควบคุณมการใช้อัตรากำลังของพนักงานส่วนตำบล

- การสรรหา บรรจุและแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การประเมินบุคคลและผลงาน การโอน ย้าย การออกจากราชการ และการประเมินผลการปฏิบัติงาน 

- การดำเนินการด้านทะเบียนประวัติและบำเหน็จบำนาญ การลาประเภทต่าง ๆ การขอพระราชทานเครื่องราชฯ การออกหนังสือสำคัญ และหนังสือรับรองเพื่อสิทธิต่างๆ การขอบำเหน็จบำนาญ เงินทำขวัญ เงินช่วยเหลือ 

- การจัดทำแผนกลยุทธของ อบต. และแผนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ การตรวจสอบสืบสวนหาข้อเท็จจริง ร้องเรียน แจ้งเบาะแส ดำเนินการทางวินัยพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับอุทธรณ์ การวางแผนเสริมสร้างและปรับปรุงระบบงานวินัย การรักาาวินัยและจรรยาของพนักงานส่วนตำบลให้สดอคล้องกับประกาศคุณะรรม จริยธรรม และจรรยาวิชาชนองค์กร 

- การดำเนินการด้านการฝึกอบรม

../add_file/

อีเมลล์ : 
เบอร์โทร :

การดำเนินการด้านการบริหารงานบุคคล

- การวางแผนกำลังคน พิจารณาจัดระเบียบงานและโครงสร้าง การแบ่งส่วนราชการของ อบต. การปรับปรุงการกำหนดตำแหน่ง การควบคุณมการใช้อัตรากำลังของพนักงานส่วนตำบล

- การสรรหา บรรจุและแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การประเมินบุคคลและผลงาน การโอน ย้าย การออกจากราชการ และการประเมินผลการปฏิบัติงาน 

- การดำเนินการด้านทะเบียนประวัติและบำเหน็จบำนาญ การลาประเภทต่าง ๆ การขอพระราชทานเครื่องราชฯ การออกหนังสือสำคัญ และหนังสือรับรองเพื่อสิทธิต่างๆ การขอบำเหน็จบำนาญ เงินทำขวัญ เงินช่วยเหลือ 

- การจัดทำแผนกลยุทธของ อบต. และแผนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ การตรวจสอบสืบสวนหาข้อเท็จจริง ร้องเรียน แจ้งเบาะแส ดำเนินการทางวินัยพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับอุทธรณ์ การวางแผนเสริมสร้างและปรับปรุงระบบงานวินัย การรักาาวินัยและจรรยาของพนักงานส่วนตำบลให้สดอคล้องกับประกาศคุณะรรม จริยธรรม และจรรยาวิชาชนองค์กร 

- การดำเนินการด้านการฝึกอบรม



ชื่อไฟล์ :

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

../add_file/



ชื่อไฟล์ :

       

       

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

       

       

../add_file/

       

       



ชื่อไฟล์ :

      

      

      

      

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

      

      

      

      

../add_file/

      

      

      

      



ชื่อไฟล์ :

      

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

      

../add_file/

      



ชื่อไฟล์ :

1. กลุ่ม ข้าวกล้อง
 
ประเภทสินค้า อาหาร
 
ประธานกลุ่ม นางศิริพรรณ โลมินทรี
 
จำนวนสมาชิก 26 ท่าน
 
เป้าหมายการจัดตั้งกลุ่ม
 
1. เพื่อพัฒนาส่งเสริมให้ประชากรในชุมชนมีอาชีพ ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้
 
2. เพื่อส่งเสริมอาชีพให้กลุ่มสตรีในชุมชนมีรายได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
 
3. เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มสตรีในชุมชนได้มีกิจกรรมร่วมกันเกิดความสามัคคี
 
4. เพื่อที่จะได้มีสุขภาพแข็งแรงและถูกสุขอนามัยในการรับประทานอาหาร
 
5. เพื่อที่จะได้ไม่ว่างงานและมีรายได้เสริมหลังจากการทำนา
 
รายละเอียดการผลิต นำข้าวเปลือกมาทำความสะอาดเศษวัสดุออกแล้วนำไปสี 2 รอบเสร็จแล้วนำ มาเก็บข้าวเปลือกที่สีไม่หมดออกก่อนที่จะนำมาชั่งแล้วบรรจุถุงก่อนออกจำหน่าย
 
สินค้าที่จำหน่าย
 
1. ข้าวหอมมะลิ
 
ราคา 40 / กก. บาท
 
2. ข้ามหอมมะลิแดง
 
ราคา  45  /  กก.  บาท 
 
  ติดต่อที่ 126 หมู่ 5 บ้านโพนสูง ตำบลทุ่งฝน อำเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรฯ 41310   หมายเลขโทรศัพท์ 089-2786211
 
หรือ องค์การบริหารส่วนตำบล ทุ่งฝน นายเจษฎา สิมลี  (นักพัฒนาชุมชน)
 
เบอร์โทรศัพท์ 0-42268114
       
ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

1. กลุ่ม ข้าวกล้อง
 
ประเภทสินค้า อาหาร
 
ประธานกลุ่ม นางศิริพรรณ โลมินทรี
 
จำนวนสมาชิก 26 ท่าน
 
เป้าหมายการจัดตั้งกลุ่ม
 
1. เพื่อพัฒนาส่งเสริมให้ประชากรในชุมชนมีอาชีพ ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้
 
2. เพื่อส่งเสริมอาชีพให้กลุ่มสตรีในชุมชนมีรายได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
 
3. เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มสตรีในชุมชนได้มีกิจกรรมร่วมกันเกิดความสามัคคี
 
4. เพื่อที่จะได้มีสุขภาพแข็งแรงและถูกสุขอนามัยในการรับประทานอาหาร
 
5. เพื่อที่จะได้ไม่ว่างงานและมีรายได้เสริมหลังจากการทำนา
 
รายละเอียดการผลิต นำข้าวเปลือกมาทำความสะอาดเศษวัสดุออกแล้วนำไปสี 2 รอบเสร็จแล้วนำ มาเก็บข้าวเปลือกที่สีไม่หมดออกก่อนที่จะนำมาชั่งแล้วบรรจุถุงก่อนออกจำหน่าย
 
สินค้าที่จำหน่าย
 
1. ข้าวหอมมะลิ
 
ราคา 40 / กก. บาท
 
2. ข้ามหอมมะลิแดง
 
ราคา  45  /  กก.  บาท 
 
  ติดต่อที่ 126 หมู่ 5 บ้านโพนสูง ตำบลทุ่งฝน อำเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรฯ 41310   หมายเลขโทรศัพท์ 089-2786211
 
หรือ องค์การบริหารส่วนตำบล ทุ่งฝน นายเจษฎา สิมลี  (นักพัฒนาชุมชน)
 
เบอร์โทรศัพท์ 0-42268114
       
../add_file/

1. กลุ่ม ข้าวกล้อง
 
ประเภทสินค้า อาหาร
 
ประธานกลุ่ม นางศิริพรรณ โลมินทรี
 
จำนวนสมาชิก 26 ท่าน
 
เป้าหมายการจัดตั้งกลุ่ม
 
1. เพื่อพัฒนาส่งเสริมให้ประชากรในชุมชนมีอาชีพ ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้
 
2. เพื่อส่งเสริมอาชีพให้กลุ่มสตรีในชุมชนมีรายได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
 
3. เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มสตรีในชุมชนได้มีกิจกรรมร่วมกันเกิดความสามัคคี
 
4. เพื่อที่จะได้มีสุขภาพแข็งแรงและถูกสุขอนามัยในการรับประทานอาหาร
 
5. เพื่อที่จะได้ไม่ว่างงานและมีรายได้เสริมหลังจากการทำนา
 
รายละเอียดการผลิต นำข้าวเปลือกมาทำความสะอาดเศษวัสดุออกแล้วนำไปสี 2 รอบเสร็จแล้วนำ มาเก็บข้าวเปลือกที่สีไม่หมดออกก่อนที่จะนำมาชั่งแล้วบรรจุถุงก่อนออกจำหน่าย
 
สินค้าที่จำหน่าย
 
1. ข้าวหอมมะลิ
 
ราคา 40 / กก. บาท
 
2. ข้ามหอมมะลิแดง
 
ราคา  45  /  กก.  บาท 
 
  ติดต่อที่ 126 หมู่ 5 บ้านโพนสูง ตำบลทุ่งฝน อำเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรฯ 41310   หมายเลขโทรศัพท์ 089-2786211
 
หรือ องค์การบริหารส่วนตำบล ทุ่งฝน นายเจษฎา สิมลี  (นักพัฒนาชุมชน)
 
เบอร์โทรศัพท์ 0-42268114
       


ชื่อไฟล์ :

               

            

        

                               

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

               

            

        

                               

../add_file/

               

            

        

                               



ชื่อไฟล์ :

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

../add_file/



ชื่อไฟล์ :

              

           

           

           

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

              

           

           

           

../add_file/

              

           

           

           



ชื่อไฟล์ :

      

 

2. กลุ่ม น้ำจิ้มเนื้อวัว
 
ประเภทสินค้า อาหาร
 
ประธานกลุ่ม นายบุญเรือง ไชยมุส
 
จำนวนสมาชิก 8 ท่าน
 
ที่ตั้งกลุ่ม ( ที่ติดต่อ ) 159 หมู่ 5 บ้านโพนสูง ตำบลทุ่งฝน อำเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรธานี 41310
 
หมายเลขโทรศัพท์ 081-0569811 , 085-7501191
 
เป้าหมายการจัดตั้งกลุ่ม
 
1. เพื่อส่งเสริมชุมชนให้มีรายได้
 
2. เพื่อส่งเสริมชีวิตที่ดีขึ้น
 
3. เพื่อให้คนในชุมชนมีความรู้ทางด้านสินค้า
 
รายละเอียดการผลิต นำน้ำดีวัวมาต้มให้สุก ต้นน้ำเกลือพอประมาณ แล้วผสมเข้ากันทิ้งไว้ให้เย็นเมื่อเย็น แล้วนำมาแต่งด้วยสีธรรมชาติ
 
แล้วเข้าเครื่องกรองบรรจุขวด
 
รางวัลที่ได้รับ ได้รับการคัดสรรค์ระดับ 4 ดาว ปี พ.ศ.2552
 
โครงการคัดสรรสุดยอดหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภันฑ์ไทย ปี พ.ศ.2552
 
สินค้าที่จำหน่าย
 
1. น้ำจิ้มเนื้อวัว ขวดใหญ่  630 cc  ราคา 100 บาท
 
                     ขวดกลาง 100 cc  ราคา 20 บาท
 
                     ขวดเล็ก    30 cc   ราคา 10 บาท
 
  
 
 ติดต่อที่ 126 หมู่ 5 บ้านโพนสูง ตำบลทุ่งฝน อำเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรฯ 41310   หมายเลขโทรศัพท์ 089-2786211
 
หรือ องค์การบริหารส่วนตำบล ทุ่งฝน นายเจษฎา สิมลี  (นักพัฒนาชุมชน)
 
เบอร์โทรศัพท์ 0-42268114
ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

      

 

2. กลุ่ม น้ำจิ้มเนื้อวัว
 
ประเภทสินค้า อาหาร
 
ประธานกลุ่ม นายบุญเรือง ไชยมุส
 
จำนวนสมาชิก 8 ท่าน
 
ที่ตั้งกลุ่ม ( ที่ติดต่อ ) 159 หมู่ 5 บ้านโพนสูง ตำบลทุ่งฝน อำเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรธานี 41310
 
หมายเลขโทรศัพท์ 081-0569811 , 085-7501191
 
เป้าหมายการจัดตั้งกลุ่ม
 
1. เพื่อส่งเสริมชุมชนให้มีรายได้
 
2. เพื่อส่งเสริมชีวิตที่ดีขึ้น
 
3. เพื่อให้คนในชุมชนมีความรู้ทางด้านสินค้า
 
รายละเอียดการผลิต นำน้ำดีวัวมาต้มให้สุก ต้นน้ำเกลือพอประมาณ แล้วผสมเข้ากันทิ้งไว้ให้เย็นเมื่อเย็น แล้วนำมาแต่งด้วยสีธรรมชาติ
 
แล้วเข้าเครื่องกรองบรรจุขวด
 
รางวัลที่ได้รับ ได้รับการคัดสรรค์ระดับ 4 ดาว ปี พ.ศ.2552
 
โครงการคัดสรรสุดยอดหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภันฑ์ไทย ปี พ.ศ.2552
 
สินค้าที่จำหน่าย
 
1. น้ำจิ้มเนื้อวัว ขวดใหญ่  630 cc  ราคา 100 บาท
 
                     ขวดกลาง 100 cc  ราคา 20 บาท
 
                     ขวดเล็ก    30 cc   ราคา 10 บาท
 
  
 
 ติดต่อที่ 126 หมู่ 5 บ้านโพนสูง ตำบลทุ่งฝน อำเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรฯ 41310   หมายเลขโทรศัพท์ 089-2786211
 
หรือ องค์การบริหารส่วนตำบล ทุ่งฝน นายเจษฎา สิมลี  (นักพัฒนาชุมชน)
 
เบอร์โทรศัพท์ 0-42268114
../add_file/

      

 

2. กลุ่ม น้ำจิ้มเนื้อวัว
 
ประเภทสินค้า อาหาร
 
ประธานกลุ่ม นายบุญเรือง ไชยมุส
 
จำนวนสมาชิก 8 ท่าน
 
ที่ตั้งกลุ่ม ( ที่ติดต่อ ) 159 หมู่ 5 บ้านโพนสูง ตำบลทุ่งฝน อำเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรธานี 41310
 
หมายเลขโทรศัพท์ 081-0569811 , 085-7501191
 
เป้าหมายการจัดตั้งกลุ่ม
 
1. เพื่อส่งเสริมชุมชนให้มีรายได้
 
2. เพื่อส่งเสริมชีวิตที่ดีขึ้น
 
3. เพื่อให้คนในชุมชนมีความรู้ทางด้านสินค้า
 
รายละเอียดการผลิต นำน้ำดีวัวมาต้มให้สุก ต้นน้ำเกลือพอประมาณ แล้วผสมเข้ากันทิ้งไว้ให้เย็นเมื่อเย็น แล้วนำมาแต่งด้วยสีธรรมชาติ
 
แล้วเข้าเครื่องกรองบรรจุขวด
 
รางวัลที่ได้รับ ได้รับการคัดสรรค์ระดับ 4 ดาว ปี พ.ศ.2552
 
โครงการคัดสรรสุดยอดหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภันฑ์ไทย ปี พ.ศ.2552
 
สินค้าที่จำหน่าย
 
1. น้ำจิ้มเนื้อวัว ขวดใหญ่  630 cc  ราคา 100 บาท
 
                     ขวดกลาง 100 cc  ราคา 20 บาท
 
                     ขวดเล็ก    30 cc   ราคา 10 บาท
 
  
 
 ติดต่อที่ 126 หมู่ 5 บ้านโพนสูง ตำบลทุ่งฝน อำเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรฯ 41310   หมายเลขโทรศัพท์ 089-2786211
 
หรือ องค์การบริหารส่วนตำบล ทุ่งฝน นายเจษฎา สิมลี  (นักพัฒนาชุมชน)
 
เบอร์โทรศัพท์ 0-42268114


ชื่อไฟล์ :

     ผลิตผลทางการเกษตร : ข้าวนาปรัง

          

                    

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

     ผลิตผลทางการเกษตร : ข้าวนาปรัง

          

                    

../add_file/

     ผลิตผลทางการเกษตร : ข้าวนาปรัง

          

                    



ชื่อไฟล์ :

ผลิตผลทางการเกษตร : สะดุ้งปลาที่แม่น้ำสงคราม

         

         

         

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

ผลิตผลทางการเกษตร : สะดุ้งปลาที่แม่น้ำสงคราม

         

         

         

../add_file/

ผลิตผลทางการเกษตร : สะดุ้งปลาที่แม่น้ำสงคราม

         

         

         



ชื่อไฟล์ :

ผลิตผลทางการเกษตร : เกษตรน้ำหยด หมู่ที่ 5

         

         

        

                                 

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

ผลิตผลทางการเกษตร : เกษตรน้ำหยด หมู่ที่ 5

         

         

        

                                 

../add_file/

ผลิตผลทางการเกษตร : เกษตรน้ำหยด หมู่ที่ 5

         

         

        

                                 



ชื่อไฟล์ :

       

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

       

../add_file/

       



ชื่อไฟล์ : รอปรับปรุง ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: รอปรับปรุง ../add_file/รอปรับปรุง

ชื่อไฟล์ : รอปรับปรุง ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: รอปรับปรุง ../add_file/รอปรับปรุง

ชื่อไฟล์ : รอปรับปรุง ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: รอปรับปรุง ../add_file/รอปรับปรุง

ชื่อไฟล์ : รอปรับปรุง ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: รอปรับปรุง ../add_file/รอปรับปรุง

ชื่อไฟล์ : รอปรับปรุง ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: รอปรับปรุง ../add_file/รอปรับปรุง

ชื่อไฟล์ :

 

         

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

 

         

../add_file/

 

         



ชื่อไฟล์ :

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

../add_file/



ชื่อไฟล์ :
        สำนักงานปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล  มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับเอกสาร  สารการจัดทำแผนพัฒนาสามปี  การจัดทำร่างข้อบัญญัติ  การจัดทำทะเบียนสมาชิกสภา  อบต.  และคณะผู้บริหาร  การดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล  แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม  การให้คำปรึกษาหน้าที่และความรับผิดชอบการปกครองบังคับบัญชาพนักงานส่วนตำบลและลูกจ้าง  การบริหารงานบุคคลของ  อบต.  ทั้งหมด    การส่งเสริมการเกษตร  การอนุรักษ์แหล่งน้ำ และป่าไม้  การให้คำปรึกษาแนะนำและช่วยเหลือด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องและที่ได้รับมอบหมาย   แบ่งส่วนราชการภายใน   ออกเป็น  5  งาน   คือ
 
 งานบริหารทั่วไป  มีหน้าที่ความรับผิดชอบ
 
งานสารบรรณ 
งานอำนวยการและข้อมูลข่าวสาร 
งานบริหารงานบุคคล 
งานเลือกตั้ง 
งานตรวจสอบภายใน 
งานระเบียบข้อบังคับการประชุม 
งานการประชุม 
งานอำนวยการและประสานราชการ 
งานติดตามผลการปฏิบัติ
งานกิจการสภาองค์การบริหารส่วนตำบล 
งานเลือกตั้ง 
งานข้อมูลการเลือกตั้ง
 
งานป้องกันและบรรเทาสาธาณภัย มีหน้าที่ความรับผิดชอบ
 
งานชุมชนสัมพันธ์
งานรักษาความสงบเรียบร้อย 
งานสนับสนุนและบริการ 
งานป้องกัน 
งานช่วยเหลือฟื้นฟู 
งานกู้ชีพ  กู้ภัย 
 
 งานนโยบายและแผน มีหน้าที่ความรับผิดชอบ 
 
งานนโยบายและแผนพัฒนา 
งานวิชาการ 
งานข้อมูลและการประชาสัมพันธ์ 
งานสารสนเทศและระบบคอมพิวเตอร์ 
งานงบประมาณ
 
 งานกฎหมายและคดี มีหน้าที่ความรับผิดชอบ 
 
งานกฎหมายและนิติกรรม 
งานการดำเนินทางคดีและศาลปกครอง 
งานร้องเรียนร้องทุกข์และอุทธรณ์ 
งานระเบียบการคลัง 
งานข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบล 
 
 งานการเกษตร มีหน้าที่ความรับผิดชอบ
 
งานส่งเสริมการเกษตร 
งานอนุรักษ์แหล่งน้ำและป่าไม้
ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:
        สำนักงานปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล  มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับเอกสาร  สารการจัดทำแผนพัฒนาสามปี  การจัดทำร่างข้อบัญญัติ  การจัดทำทะเบียนสมาชิกสภา  อบต.  และคณะผู้บริหาร  การดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล  แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม  การให้คำปรึกษาหน้าที่และความรับผิดชอบการปกครองบังคับบัญชาพนักงานส่วนตำบลและลูกจ้าง  การบริหารงานบุคคลของ  อบต.  ทั้งหมด    การส่งเสริมการเกษตร  การอนุรักษ์แหล่งน้ำ และป่าไม้  การให้คำปรึกษาแนะนำและช่วยเหลือด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องและที่ได้รับมอบหมาย   แบ่งส่วนราชการภายใน   ออกเป็น  5  งาน   คือ
 
 งานบริหารทั่วไป  มีหน้าที่ความรับผิดชอบ
 
งานสารบรรณ 
งานอำนวยการและข้อมูลข่าวสาร 
งานบริหารงานบุคคล 
งานเลือกตั้ง 
งานตรวจสอบภายใน 
งานระเบียบข้อบังคับการประชุม 
งานการประชุม 
งานอำนวยการและประสานราชการ 
งานติดตามผลการปฏิบัติ
งานกิจการสภาองค์การบริหารส่วนตำบล 
งานเลือกตั้ง 
งานข้อมูลการเลือกตั้ง
 
งานป้องกันและบรรเทาสาธาณภัย มีหน้าที่ความรับผิดชอบ
 
งานชุมชนสัมพันธ์
งานรักษาความสงบเรียบร้อย 
งานสนับสนุนและบริการ 
งานป้องกัน 
งานช่วยเหลือฟื้นฟู 
งานกู้ชีพ  กู้ภัย 
 
 งานนโยบายและแผน มีหน้าที่ความรับผิดชอบ 
 
งานนโยบายและแผนพัฒนา 
งานวิชาการ 
งานข้อมูลและการประชาสัมพันธ์ 
งานสารสนเทศและระบบคอมพิวเตอร์ 
งานงบประมาณ
 
 งานกฎหมายและคดี มีหน้าที่ความรับผิดชอบ 
 
งานกฎหมายและนิติกรรม 
งานการดำเนินทางคดีและศาลปกครอง 
งานร้องเรียนร้องทุกข์และอุทธรณ์ 
งานระเบียบการคลัง 
งานข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบล 
 
 งานการเกษตร มีหน้าที่ความรับผิดชอบ
 
งานส่งเสริมการเกษตร 
งานอนุรักษ์แหล่งน้ำและป่าไม้
../add_file/
        สำนักงานปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล  มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับเอกสาร  สารการจัดทำแผนพัฒนาสามปี  การจัดทำร่างข้อบัญญัติ  การจัดทำทะเบียนสมาชิกสภา  อบต.  และคณะผู้บริหาร  การดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล  แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม  การให้คำปรึกษาหน้าที่และความรับผิดชอบการปกครองบังคับบัญชาพนักงานส่วนตำบลและลูกจ้าง  การบริหารงานบุคคลของ  อบต.  ทั้งหมด    การส่งเสริมการเกษตร  การอนุรักษ์แหล่งน้ำ และป่าไม้  การให้คำปรึกษาแนะนำและช่วยเหลือด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องและที่ได้รับมอบหมาย   แบ่งส่วนราชการภายใน   ออกเป็น  5  งาน   คือ
 
 งานบริหารทั่วไป  มีหน้าที่ความรับผิดชอบ
 
งานสารบรรณ 
งานอำนวยการและข้อมูลข่าวสาร 
งานบริหารงานบุคคล 
งานเลือกตั้ง 
งานตรวจสอบภายใน 
งานระเบียบข้อบังคับการประชุม 
งานการประชุม 
งานอำนวยการและประสานราชการ 
งานติดตามผลการปฏิบัติ
งานกิจการสภาองค์การบริหารส่วนตำบล 
งานเลือกตั้ง 
งานข้อมูลการเลือกตั้ง
 
งานป้องกันและบรรเทาสาธาณภัย มีหน้าที่ความรับผิดชอบ
 
งานชุมชนสัมพันธ์
งานรักษาความสงบเรียบร้อย 
งานสนับสนุนและบริการ 
งานป้องกัน 
งานช่วยเหลือฟื้นฟู 
งานกู้ชีพ  กู้ภัย 
 
 งานนโยบายและแผน มีหน้าที่ความรับผิดชอบ 
 
งานนโยบายและแผนพัฒนา 
งานวิชาการ 
งานข้อมูลและการประชาสัมพันธ์ 
งานสารสนเทศและระบบคอมพิวเตอร์ 
งานงบประมาณ
 
 งานกฎหมายและคดี มีหน้าที่ความรับผิดชอบ 
 
งานกฎหมายและนิติกรรม 
งานการดำเนินทางคดีและศาลปกครอง 
งานร้องเรียนร้องทุกข์และอุทธรณ์ 
งานระเบียบการคลัง 
งานข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบล 
 
 งานการเกษตร มีหน้าที่ความรับผิดชอบ
 
งานส่งเสริมการเกษตร 
งานอนุรักษ์แหล่งน้ำและป่าไม้


ชื่อไฟล์ :
       กองคลัง  มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับการจัดทำบัญชีและทะเบียนรับ –  จ่ายเงินงบประเภท  งานเกี่ยวกับการเงิน  การเบิกจ่ายเงินการ เก็บรักษาเงิน  การนำส่งเงิน  การฝากเงิน  การตรวจเงิน  อบต.  รวบรวมสถิติ  เงินได้ประเภทต่าง ๆ  การเบิกตัดปี  การขยายเวลาเบิก จ่ายงบประมาณ  การหักภาษี  และนำส่ง  รายการเงินคงเหลือประจำ  การรับและจ่ายขาดเงินสะสมของ  อบต.  การยืมเงินทดรอง ราชการ  การจัดหาผลประโยชน์จากสิ่งก่อสร้างและทรัพย์สิน ตรวจสอบงานของจังหวัดและสำนักงานตรวจ เงินแผ่นดิน  การเร่งรัดใบสำคัญและใบเงินยืมค้างชำระ  การจัดเก็บภาษี  การประเมินภาษี  การเร่งรัดจัดเก็บรายได้  การพัฒนารายได้  การออกใบอนุญาตและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ   และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง  และที่ได้รับมอบหมาย  แบ่งส่วนราชการภายในออกเป็น 3  งาน  คือ
 
 งานการเงินและบัญชี มีหน้าที่ความรับผิดชอบ
 
งานรับเงิน -  เบิกจ่ายเงิน 
งานจัดทำฎีกาเบิกจ่ายเงิน 
งานเก็บรักษาเงิน
งานการบัญชี 
งานทะเบียนคุมการเบิกจ่าย 
งานงบการเงินและงบทดลอง 
งานงบแสดงฐานะทางการเงิน
 
 งานพัฒนาและจัดเก็บรายได้ มีหน้าที่ความรับผิดชอบ
 
งานภาษีอากร  ค่าธรรมเนียมและค่าเช่า 
งานพัฒนารายได้ 
งานควบคุมกิจการค้าและค่าปรับ 
งานทะเบียนเบิกควบคุมและเร่งรัดรายได้
 
 งานทะเบียนทรัพย์สินและพัสดุ มีหน้าที่ความรับผิดชอบ 
 
งานทะเบียนทรัพย์สินและแผนที่ภาษี 
งานพัสดุ 
งานทะเบียนเบิกจ่ายวัสดุครุภัณฑ์และยานพาหนะ
ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:
       กองคลัง  มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับการจัดทำบัญชีและทะเบียนรับ –  จ่ายเงินงบประเภท  งานเกี่ยวกับการเงิน  การเบิกจ่ายเงินการ เก็บรักษาเงิน  การนำส่งเงิน  การฝากเงิน  การตรวจเงิน  อบต.  รวบรวมสถิติ  เงินได้ประเภทต่าง ๆ  การเบิกตัดปี  การขยายเวลาเบิก จ่ายงบประมาณ  การหักภาษี  และนำส่ง  รายการเงินคงเหลือประจำ  การรับและจ่ายขาดเงินสะสมของ  อบต.  การยืมเงินทดรอง ราชการ  การจัดหาผลประโยชน์จากสิ่งก่อสร้างและทรัพย์สิน ตรวจสอบงานของจังหวัดและสำนักงานตรวจ เงินแผ่นดิน  การเร่งรัดใบสำคัญและใบเงินยืมค้างชำระ  การจัดเก็บภาษี  การประเมินภาษี  การเร่งรัดจัดเก็บรายได้  การพัฒนารายได้  การออกใบอนุญาตและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ   และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง  และที่ได้รับมอบหมาย  แบ่งส่วนราชการภายในออกเป็น 3  งาน  คือ
 
 งานการเงินและบัญชี มีหน้าที่ความรับผิดชอบ
 
งานรับเงิน -  เบิกจ่ายเงิน 
งานจัดทำฎีกาเบิกจ่ายเงิน 
งานเก็บรักษาเงิน
งานการบัญชี 
งานทะเบียนคุมการเบิกจ่าย 
งานงบการเงินและงบทดลอง 
งานงบแสดงฐานะทางการเงิน
 
 งานพัฒนาและจัดเก็บรายได้ มีหน้าที่ความรับผิดชอบ
 
งานภาษีอากร  ค่าธรรมเนียมและค่าเช่า 
งานพัฒนารายได้ 
งานควบคุมกิจการค้าและค่าปรับ 
งานทะเบียนเบิกควบคุมและเร่งรัดรายได้
 
 งานทะเบียนทรัพย์สินและพัสดุ มีหน้าที่ความรับผิดชอบ 
 
งานทะเบียนทรัพย์สินและแผนที่ภาษี 
งานพัสดุ 
งานทะเบียนเบิกจ่ายวัสดุครุภัณฑ์และยานพาหนะ
../add_file/
       กองคลัง  มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับการจัดทำบัญชีและทะเบียนรับ –  จ่ายเงินงบประเภท  งานเกี่ยวกับการเงิน  การเบิกจ่ายเงินการ เก็บรักษาเงิน  การนำส่งเงิน  การฝากเงิน  การตรวจเงิน  อบต.  รวบรวมสถิติ  เงินได้ประเภทต่าง ๆ  การเบิกตัดปี  การขยายเวลาเบิก จ่ายงบประมาณ  การหักภาษี  และนำส่ง  รายการเงินคงเหลือประจำ  การรับและจ่ายขาดเงินสะสมของ  อบต.  การยืมเงินทดรอง ราชการ  การจัดหาผลประโยชน์จากสิ่งก่อสร้างและทรัพย์สิน ตรวจสอบงานของจังหวัดและสำนักงานตรวจ เงินแผ่นดิน  การเร่งรัดใบสำคัญและใบเงินยืมค้างชำระ  การจัดเก็บภาษี  การประเมินภาษี  การเร่งรัดจัดเก็บรายได้  การพัฒนารายได้  การออกใบอนุญาตและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ   และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง  และที่ได้รับมอบหมาย  แบ่งส่วนราชการภายในออกเป็น 3  งาน  คือ
 
 งานการเงินและบัญชี มีหน้าที่ความรับผิดชอบ
 
งานรับเงิน -  เบิกจ่ายเงิน 
งานจัดทำฎีกาเบิกจ่ายเงิน 
งานเก็บรักษาเงิน
งานการบัญชี 
งานทะเบียนคุมการเบิกจ่าย 
งานงบการเงินและงบทดลอง 
งานงบแสดงฐานะทางการเงิน
 
 งานพัฒนาและจัดเก็บรายได้ มีหน้าที่ความรับผิดชอบ
 
งานภาษีอากร  ค่าธรรมเนียมและค่าเช่า 
งานพัฒนารายได้ 
งานควบคุมกิจการค้าและค่าปรับ 
งานทะเบียนเบิกควบคุมและเร่งรัดรายได้
 
 งานทะเบียนทรัพย์สินและพัสดุ มีหน้าที่ความรับผิดชอบ 
 
งานทะเบียนทรัพย์สินและแผนที่ภาษี 
งานพัสดุ 
งานทะเบียนเบิกจ่ายวัสดุครุภัณฑ์และยานพาหนะ


ชื่อไฟล์ :
         กองช่าง  มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับการสำรวจออกแบบและจัดทำโครงการใช้จ่ายเงินของ  อบต. การอนุมัติเพื่อดำเนินการตาม โครงการที่ตั้งจ่ายจากเงินรายได้ของ  อบต.  งานบำรุงรักษา  ซ่อมแซม  และจัดทำทะเบียนสิ่งก่อสร้างที่อยู่ในความรับผิดชอบของ  อบต.  การให้คำแนะนำปรึกษาเกี่ยวกับการจัดทำโครงการและการออกแบบก่อสร้างแก่  อบต.  และหน่วงงานอื่นที่เกี่ยงข้อง  งานควบคุมอาคาร  การดูแลควบคุมปรึกษาซ่อมแซมวัสดุครุภัณฑ์และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องและงานที่ได้รับมอบหมาย   แบ่งส่วนราชการภายในออกเป็น  4  งาน  คือ
 
 งานก่อสร้าง มีหน้าที่ความรับผิดชอบ 
 
งานก่อสร้างและบูรณะถนน 
งานก่อสร้างและบูรณะสภาพและโครงการพิเศษ 
งานระบบข้อมูลและแผนที่เส้นทางคมนาคม 
งานบำรุงรักษาเครื่องจักรและยานพาหนะ 
 
 งานออกแบบและควบคุมอาคาร มีหน้าที่ความรับผิดชอบ 
 
งานสถาปัตยกรรมและมัณฑศิลป์ 
งานวิศวกรรม 
งานประเมินราคา 
งานควบคุมการก่อสร้างอาคาร ฝ่ายบริการข้อมูลและหลักเกณฑ์ 
งานออกแบบ 
 
 งานประสานและสาธารณูปโภค  มีหน้าที่ความรับผิดชอบ 
 
งานประสานและสาธารณูปโภคและกิจการประปา 
งานขนส่งและวิศวกรรมจราจร 
งานระบายน้ำ 
งานจัดตกแต่งสถานที่ 
 
 งานผังเมือง มีหน้าที่ความรับผิดชอบ 
 
งานสำรวจและแผนที่ 
งานวางผังพัฒนาเมือง
ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:
         กองช่าง  มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับการสำรวจออกแบบและจัดทำโครงการใช้จ่ายเงินของ  อบต. การอนุมัติเพื่อดำเนินการตาม โครงการที่ตั้งจ่ายจากเงินรายได้ของ  อบต.  งานบำรุงรักษา  ซ่อมแซม  และจัดทำทะเบียนสิ่งก่อสร้างที่อยู่ในความรับผิดชอบของ  อบต.  การให้คำแนะนำปรึกษาเกี่ยวกับการจัดทำโครงการและการออกแบบก่อสร้างแก่  อบต.  และหน่วงงานอื่นที่เกี่ยงข้อง  งานควบคุมอาคาร  การดูแลควบคุมปรึกษาซ่อมแซมวัสดุครุภัณฑ์และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องและงานที่ได้รับมอบหมาย   แบ่งส่วนราชการภายในออกเป็น  4  งาน  คือ
 
 งานก่อสร้าง มีหน้าที่ความรับผิดชอบ 
 
งานก่อสร้างและบูรณะถนน 
งานก่อสร้างและบูรณะสภาพและโครงการพิเศษ 
งานระบบข้อมูลและแผนที่เส้นทางคมนาคม 
งานบำรุงรักษาเครื่องจักรและยานพาหนะ 
 
 งานออกแบบและควบคุมอาคาร มีหน้าที่ความรับผิดชอบ 
 
งานสถาปัตยกรรมและมัณฑศิลป์ 
งานวิศวกรรม 
งานประเมินราคา 
งานควบคุมการก่อสร้างอาคาร ฝ่ายบริการข้อมูลและหลักเกณฑ์ 
งานออกแบบ 
 
 งานประสานและสาธารณูปโภค  มีหน้าที่ความรับผิดชอบ 
 
งานประสานและสาธารณูปโภคและกิจการประปา 
งานขนส่งและวิศวกรรมจราจร 
งานระบายน้ำ 
งานจัดตกแต่งสถานที่ 
 
 งานผังเมือง มีหน้าที่ความรับผิดชอบ 
 
งานสำรวจและแผนที่ 
งานวางผังพัฒนาเมือง
../add_file/
         กองช่าง  มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับการสำรวจออกแบบและจัดทำโครงการใช้จ่ายเงินของ  อบต. การอนุมัติเพื่อดำเนินการตาม โครงการที่ตั้งจ่ายจากเงินรายได้ของ  อบต.  งานบำรุงรักษา  ซ่อมแซม  และจัดทำทะเบียนสิ่งก่อสร้างที่อยู่ในความรับผิดชอบของ  อบต.  การให้คำแนะนำปรึกษาเกี่ยวกับการจัดทำโครงการและการออกแบบก่อสร้างแก่  อบต.  และหน่วงงานอื่นที่เกี่ยงข้อง  งานควบคุมอาคาร  การดูแลควบคุมปรึกษาซ่อมแซมวัสดุครุภัณฑ์และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องและงานที่ได้รับมอบหมาย   แบ่งส่วนราชการภายในออกเป็น  4  งาน  คือ
 
 งานก่อสร้าง มีหน้าที่ความรับผิดชอบ 
 
งานก่อสร้างและบูรณะถนน 
งานก่อสร้างและบูรณะสภาพและโครงการพิเศษ 
งานระบบข้อมูลและแผนที่เส้นทางคมนาคม 
งานบำรุงรักษาเครื่องจักรและยานพาหนะ 
 
 งานออกแบบและควบคุมอาคาร มีหน้าที่ความรับผิดชอบ 
 
งานสถาปัตยกรรมและมัณฑศิลป์ 
งานวิศวกรรม 
งานประเมินราคา 
งานควบคุมการก่อสร้างอาคาร ฝ่ายบริการข้อมูลและหลักเกณฑ์ 
งานออกแบบ 
 
 งานประสานและสาธารณูปโภค  มีหน้าที่ความรับผิดชอบ 
 
งานประสานและสาธารณูปโภคและกิจการประปา 
งานขนส่งและวิศวกรรมจราจร 
งานระบายน้ำ 
งานจัดตกแต่งสถานที่ 
 
 งานผังเมือง มีหน้าที่ความรับผิดชอบ 
 
งานสำรวจและแผนที่ 
งานวางผังพัฒนาเมือง


ชื่อไฟล์ :
     กองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม มีหน้าที่รับผิดชอบ งานบริหารวิชาการศึกษา งานเทคโนโลยีทางการศึกษา งานจัดการศึกษา งานทดสอบและประเมินตรวจวัดผล งานบริการและบำรุงสถานศึกษา งานศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก งานกิจการเด็กและเยาวชน งานกีฬาและสันทนาการ ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการศึกษา  การส่งเสริมสนับสนุนการศึกษา  ศาสนาและวัฒนธรรม  และประเพณีอันดีงามของประชาชน  การสนับสนุนบุคลากร  วัสดุอุปกรณ์  และทรัพย์สินต่างๆ  เพื่อประโยชน์ทางการศึกษา   จัดสถานที่เพื่อการศึกษา  ส่งเสริมทำนุบำรุงรักษา ไว้ซึ่งศิลปะประเพณี   ขนบธรรมเนียม  จารีตประเพณีท้องถิ่น  วัฒนธรรมด้านภาษา  การดำเนินชีวิตส่งเสริมสนับสนุนการเล่นกีฬา  การส่งเสริมและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว
 
งานบริหารการศึกษา มีหน้าที่ความรับผิดชอบ 
 
งานบริหารงานบุคคล 
งานบริหารทั่วไป 
งานบริหารการศึกษา 
งานวางแผนและสถิติ 
งานการเงินและบัญชี
 
งานส่งเสริมการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม มีหน้าที่ความรับผิดชอบ 
 
งานกิจการศาสนา
งานส่งเสริมประเพณี  ศิลปะและวัฒนธรรม
งานกิจการเด็กและเยาวชน
งานกีฬาและนันทนาการ
 
งานกิจการโรงเรียนและนันทนาการ มีหน้าที่ความรับผิดชอบ 
 
งานจัดการศึกษา
งานนันทนากร
งานทดสอบประเมินผลและตรวจวัดผลศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
งานบริการและบำรุงสถานศึกษา
งานศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:
     กองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม มีหน้าที่รับผิดชอบ งานบริหารวิชาการศึกษา งานเทคโนโลยีทางการศึกษา งานจัดการศึกษา งานทดสอบและประเมินตรวจวัดผล งานบริการและบำรุงสถานศึกษา งานศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก งานกิจการเด็กและเยาวชน งานกีฬาและสันทนาการ ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการศึกษา  การส่งเสริมสนับสนุนการศึกษา  ศาสนาและวัฒนธรรม  และประเพณีอันดีงามของประชาชน  การสนับสนุนบุคลากร  วัสดุอุปกรณ์  และทรัพย์สินต่างๆ  เพื่อประโยชน์ทางการศึกษา   จัดสถานที่เพื่อการศึกษา  ส่งเสริมทำนุบำรุงรักษา ไว้ซึ่งศิลปะประเพณี   ขนบธรรมเนียม  จารีตประเพณีท้องถิ่น  วัฒนธรรมด้านภาษา  การดำเนินชีวิตส่งเสริมสนับสนุนการเล่นกีฬา  การส่งเสริมและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว
 
งานบริหารการศึกษา มีหน้าที่ความรับผิดชอบ 
 
งานบริหารงานบุคคล 
งานบริหารทั่วไป 
งานบริหารการศึกษา 
งานวางแผนและสถิติ 
งานการเงินและบัญชี
 
งานส่งเสริมการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม มีหน้าที่ความรับผิดชอบ 
 
งานกิจการศาสนา
งานส่งเสริมประเพณี  ศิลปะและวัฒนธรรม
งานกิจการเด็กและเยาวชน
งานกีฬาและนันทนาการ
 
งานกิจการโรงเรียนและนันทนาการ มีหน้าที่ความรับผิดชอบ 
 
งานจัดการศึกษา
งานนันทนากร
งานทดสอบประเมินผลและตรวจวัดผลศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
งานบริการและบำรุงสถานศึกษา
งานศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
../add_file/
     กองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม มีหน้าที่รับผิดชอบ งานบริหารวิชาการศึกษา งานเทคโนโลยีทางการศึกษา งานจัดการศึกษา งานทดสอบและประเมินตรวจวัดผล งานบริการและบำรุงสถานศึกษา งานศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก งานกิจการเด็กและเยาวชน งานกีฬาและสันทนาการ ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการศึกษา  การส่งเสริมสนับสนุนการศึกษา  ศาสนาและวัฒนธรรม  และประเพณีอันดีงามของประชาชน  การสนับสนุนบุคลากร  วัสดุอุปกรณ์  และทรัพย์สินต่างๆ  เพื่อประโยชน์ทางการศึกษา   จัดสถานที่เพื่อการศึกษา  ส่งเสริมทำนุบำรุงรักษา ไว้ซึ่งศิลปะประเพณี   ขนบธรรมเนียม  จารีตประเพณีท้องถิ่น  วัฒนธรรมด้านภาษา  การดำเนินชีวิตส่งเสริมสนับสนุนการเล่นกีฬา  การส่งเสริมและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว
 
งานบริหารการศึกษา มีหน้าที่ความรับผิดชอบ 
 
งานบริหารงานบุคคล 
งานบริหารทั่วไป 
งานบริหารการศึกษา 
งานวางแผนและสถิติ 
งานการเงินและบัญชี
 
งานส่งเสริมการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม มีหน้าที่ความรับผิดชอบ 
 
งานกิจการศาสนา
งานส่งเสริมประเพณี  ศิลปะและวัฒนธรรม
งานกิจการเด็กและเยาวชน
งานกีฬาและนันทนาการ
 
งานกิจการโรงเรียนและนันทนาการ มีหน้าที่ความรับผิดชอบ 
 
งานจัดการศึกษา
งานนันทนากร
งานทดสอบประเมินผลและตรวจวัดผลศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
งานบริการและบำรุงสถานศึกษา
งานศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก


ชื่อไฟล์ :
กองสวัสดิการสังคม
 
     งานสวัสดิการและพัฒนาชุมชน มีหน้าที่ความรับผิดชอบ
 
งานสวัสดิการสังคม
งานพัฒนาชุมชน
งานจัดระเบียบชุมชน
งานสังคมสงเคราะห์งานพิทักษ์สิทธิเด็กและสตรี
งานส่งเสริมอาชีพและข้อมูลแรงงาน
งานพัฒนาสตรีและเยาวชน
งานสนับสนุนกิจกรรมของเด็กและคนชรา
 
สำหรับการยื่นความประสงค์ขอสนับสนุนเบี้ยยังชีพต่างๆ ต้องเตรียมเอกสารหลักฐานดังนี้
 
1. การขอรับเบี้ยยังชีพ (ผู้สูงอายุ) 
        กรณีขอเพิ่มใหม่
 
แบบหนังสือขอรับความช่วยเหลือให้ประชาชน
แบบสอบประวัติเบื้องต้นผู้ได้รับความเดือดร้อน
หนังสือศูนย์สงเคราะห์ราษฎรประจำหมู่บ้าน
ผลการประชุมคณะกรรมการศูนย์สงเคราะห์ราษฎรฯ
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้ขอ
สำเนาทะเบียนบ้านผู้ขอ
สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร 
 
        กรณีแทนผู้ขาดคุณสมบัติ
 
แบบหนังสือขอรับความช่วยเหลือให้ประชาชน
แบบสอบประวัติเบื้องต้นผู้ได้รับความเดือดร้อน 
หนังสือศูนย์สงเคราะห์ราษฎรประจำหมู่บ้าน
ผลการประชุมคณะกรรมการศูนย์สงเคราะห์ราษฎรฯ
ลายมือชื่อผู้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการศูนย์สงเคราะห์ราษฎรฯ
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้ขอ
สำเนาทะเบียนบ้านผู้ขอ
สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร
สำเนา ใบมรณบัตรผู้ขาดคุณสมบัติ (กรณีเสียชีวิต)/ สำเนาทะเบียนบ้าน ผู้ขาดคุณสมบัติ (กรณีย้ายที่อยู่)
 
2. ขอรับเบี้ยยังชีพ (ผู้พิการ) 
        กรณีขอเพิ่มใหม่
 
แบบหนังสือขอรับความช่วยเหลือให้ประชาชน 
แบบสอบประวัติเบื้องต้นผู้ได้รับความเดือดร้อน
หนังสือศูนย์สงเคราะห์ราษฎรประจำหมู่บ้าน
ผลการประชุมคณะกรรมการศูนย์สงเคราะห์ราษฎรฯ
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้ขอ
สำเนาทะเบียนบ้านผู้ขอ
สำเนาสมุดพกคนพิการ
สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร
รูปถ่ายเต็มตัว
 
        กรณีแทนผู้ขาดคุณสมบัติ
 
แบบหนังสือขอรับความช่วยเหลือให้ประชาชน
แบบสอบประวัติเบื้องต้นผู้ได้รับความเดือดร้อน
หนังสือศูนย์สงเคราะห์ราษฎรประจำหมู่บ้าน 
ผลการประชุมคณะกรรมการศูนย์สงเคราะห์ราษฎรฯ 
ลายมือชื่อผู้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการศูนย์สงเคราะห์ราษฎรฯ
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้ขอ
สำเนาทะเบียนบ้านผู้ขอ
สำเนาสมุดพกคนพิการ 
สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร
สำเนา ใบมรณบัตรผู้ขาดคุณสมบัติ (กรณีเสียชีวิต)/ สำเนาทะเบียนบ้าน ผู้ขาดคุณสมบัติ (กรณีย้ายที่อยู่)
 
เกร็ดชวนรู้
 
"ผู้สูงอายุ" หมายความว่า บุคคลซึ่งมีอายุเกิน 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปและมีสัญชาติไทย (เบี้ยยังชีพคนละ 30 บาท/เดือน)
 "คนพิการ" หมายความว่า คนพิการที่จดทะเบียนคนพิการตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ พ.ศ. 2534 (เบี้ยยังชีพคนละ 500 บาท/ เดือน)
 "ผู้ป่วยเอดส์" หมายความว่า ผู้ป่วยเอดส์ที่แพทย์ได้รับรองและทำการวินิจฉัยแล้ว (เบี้ยยังชีพคนละ 500 บาท/ เดือน) 
 
คุณสมบัติของผู้มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์
 
มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตพื้นที่ อบต.
มีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ หรือถูกทอดทิ้ง หรือขาดผู้อุปการะเลี้ยงดู หรือไม่สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองได้
ในกรณีที่ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ป่วยเอดส์ มีคุณสมบัติเบื้องต้นเหมือนกัน ให้ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนมากกว่าหรือผู้มีปัญหาซ้ำซ้อน หรือผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ยากต่อการเข้าถึงบริการของรัฐ     เป็นผู้ได้รับการพิจารณาก่อน
ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:
กองสวัสดิการสังคม
 
     งานสวัสดิการและพัฒนาชุมชน มีหน้าที่ความรับผิดชอบ
 
งานสวัสดิการสังคม
งานพัฒนาชุมชน
งานจัดระเบียบชุมชน
งานสังคมสงเคราะห์งานพิทักษ์สิทธิเด็กและสตรี
งานส่งเสริมอาชีพและข้อมูลแรงงาน
งานพัฒนาสตรีและเยาวชน
งานสนับสนุนกิจกรรมของเด็กและคนชรา
 
สำหรับการยื่นความประสงค์ขอสนับสนุนเบี้ยยังชีพต่างๆ ต้องเตรียมเอกสารหลักฐานดังนี้
 
1. การขอรับเบี้ยยังชีพ (ผู้สูงอายุ) 
        กรณีขอเพิ่มใหม่
 
แบบหนังสือขอรับความช่วยเหลือให้ประชาชน
แบบสอบประวัติเบื้องต้นผู้ได้รับความเดือดร้อน
หนังสือศูนย์สงเคราะห์ราษฎรประจำหมู่บ้าน
ผลการประชุมคณะกรรมการศูนย์สงเคราะห์ราษฎรฯ
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้ขอ
สำเนาทะเบียนบ้านผู้ขอ
สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร 
 
        กรณีแทนผู้ขาดคุณสมบัติ
 
แบบหนังสือขอรับความช่วยเหลือให้ประชาชน
แบบสอบประวัติเบื้องต้นผู้ได้รับความเดือดร้อน 
หนังสือศูนย์สงเคราะห์ราษฎรประจำหมู่บ้าน
ผลการประชุมคณะกรรมการศูนย์สงเคราะห์ราษฎรฯ
ลายมือชื่อผู้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการศูนย์สงเคราะห์ราษฎรฯ
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้ขอ
สำเนาทะเบียนบ้านผู้ขอ
สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร
สำเนา ใบมรณบัตรผู้ขาดคุณสมบัติ (กรณีเสียชีวิต)/ สำเนาทะเบียนบ้าน ผู้ขาดคุณสมบัติ (กรณีย้ายที่อยู่)
 
2. ขอรับเบี้ยยังชีพ (ผู้พิการ) 
        กรณีขอเพิ่มใหม่
 
แบบหนังสือขอรับความช่วยเหลือให้ประชาชน 
แบบสอบประวัติเบื้องต้นผู้ได้รับความเดือดร้อน
หนังสือศูนย์สงเคราะห์ราษฎรประจำหมู่บ้าน
ผลการประชุมคณะกรรมการศูนย์สงเคราะห์ราษฎรฯ
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้ขอ
สำเนาทะเบียนบ้านผู้ขอ
สำเนาสมุดพกคนพิการ
สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร
รูปถ่ายเต็มตัว
 
        กรณีแทนผู้ขาดคุณสมบัติ
 
แบบหนังสือขอรับความช่วยเหลือให้ประชาชน
แบบสอบประวัติเบื้องต้นผู้ได้รับความเดือดร้อน
หนังสือศูนย์สงเคราะห์ราษฎรประจำหมู่บ้าน 
ผลการประชุมคณะกรรมการศูนย์สงเคราะห์ราษฎรฯ 
ลายมือชื่อผู้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการศูนย์สงเคราะห์ราษฎรฯ
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้ขอ
สำเนาทะเบียนบ้านผู้ขอ
สำเนาสมุดพกคนพิการ 
สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร
สำเนา ใบมรณบัตรผู้ขาดคุณสมบัติ (กรณีเสียชีวิต)/ สำเนาทะเบียนบ้าน ผู้ขาดคุณสมบัติ (กรณีย้ายที่อยู่)
 
เกร็ดชวนรู้
 
"ผู้สูงอายุ" หมายความว่า บุคคลซึ่งมีอายุเกิน 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปและมีสัญชาติไทย (เบี้ยยังชีพคนละ 30 บาท/เดือน)
 "คนพิการ" หมายความว่า คนพิการที่จดทะเบียนคนพิการตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ พ.ศ. 2534 (เบี้ยยังชีพคนละ 500 บาท/ เดือน)
 "ผู้ป่วยเอดส์" หมายความว่า ผู้ป่วยเอดส์ที่แพทย์ได้รับรองและทำการวินิจฉัยแล้ว (เบี้ยยังชีพคนละ 500 บาท/ เดือน) 
 
คุณสมบัติของผู้มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์
 
มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตพื้นที่ อบต.
มีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ หรือถูกทอดทิ้ง หรือขาดผู้อุปการะเลี้ยงดู หรือไม่สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองได้
ในกรณีที่ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ป่วยเอดส์ มีคุณสมบัติเบื้องต้นเหมือนกัน ให้ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนมากกว่าหรือผู้มีปัญหาซ้ำซ้อน หรือผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ยากต่อการเข้าถึงบริการของรัฐ     เป็นผู้ได้รับการพิจารณาก่อน
../add_file/
กองสวัสดิการสังคม
 
     งานสวัสดิการและพัฒนาชุมชน มีหน้าที่ความรับผิดชอบ
 
งานสวัสดิการสังคม
งานพัฒนาชุมชน
งานจัดระเบียบชุมชน
งานสังคมสงเคราะห์งานพิทักษ์สิทธิเด็กและสตรี
งานส่งเสริมอาชีพและข้อมูลแรงงาน
งานพัฒนาสตรีและเยาวชน
งานสนับสนุนกิจกรรมของเด็กและคนชรา
 
สำหรับการยื่นความประสงค์ขอสนับสนุนเบี้ยยังชีพต่างๆ ต้องเตรียมเอกสารหลักฐานดังนี้
 
1. การขอรับเบี้ยยังชีพ (ผู้สูงอายุ) 
        กรณีขอเพิ่มใหม่
 
แบบหนังสือขอรับความช่วยเหลือให้ประชาชน
แบบสอบประวัติเบื้องต้นผู้ได้รับความเดือดร้อน
หนังสือศูนย์สงเคราะห์ราษฎรประจำหมู่บ้าน
ผลการประชุมคณะกรรมการศูนย์สงเคราะห์ราษฎรฯ
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้ขอ
สำเนาทะเบียนบ้านผู้ขอ
สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร 
 
        กรณีแทนผู้ขาดคุณสมบัติ
 
แบบหนังสือขอรับความช่วยเหลือให้ประชาชน
แบบสอบประวัติเบื้องต้นผู้ได้รับความเดือดร้อน 
หนังสือศูนย์สงเคราะห์ราษฎรประจำหมู่บ้าน
ผลการประชุมคณะกรรมการศูนย์สงเคราะห์ราษฎรฯ
ลายมือชื่อผู้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการศูนย์สงเคราะห์ราษฎรฯ
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้ขอ
สำเนาทะเบียนบ้านผู้ขอ
สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร
สำเนา ใบมรณบัตรผู้ขาดคุณสมบัติ (กรณีเสียชีวิต)/ สำเนาทะเบียนบ้าน ผู้ขาดคุณสมบัติ (กรณีย้ายที่อยู่)
 
2. ขอรับเบี้ยยังชีพ (ผู้พิการ) 
        กรณีขอเพิ่มใหม่
 
แบบหนังสือขอรับความช่วยเหลือให้ประชาชน 
แบบสอบประวัติเบื้องต้นผู้ได้รับความเดือดร้อน
หนังสือศูนย์สงเคราะห์ราษฎรประจำหมู่บ้าน
ผลการประชุมคณะกรรมการศูนย์สงเคราะห์ราษฎรฯ
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้ขอ
สำเนาทะเบียนบ้านผู้ขอ
สำเนาสมุดพกคนพิการ
สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร
รูปถ่ายเต็มตัว
 
        กรณีแทนผู้ขาดคุณสมบัติ
 
แบบหนังสือขอรับความช่วยเหลือให้ประชาชน
แบบสอบประวัติเบื้องต้นผู้ได้รับความเดือดร้อน
หนังสือศูนย์สงเคราะห์ราษฎรประจำหมู่บ้าน 
ผลการประชุมคณะกรรมการศูนย์สงเคราะห์ราษฎรฯ 
ลายมือชื่อผู้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการศูนย์สงเคราะห์ราษฎรฯ
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้ขอ
สำเนาทะเบียนบ้านผู้ขอ
สำเนาสมุดพกคนพิการ 
สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร
สำเนา ใบมรณบัตรผู้ขาดคุณสมบัติ (กรณีเสียชีวิต)/ สำเนาทะเบียนบ้าน ผู้ขาดคุณสมบัติ (กรณีย้ายที่อยู่)
 
เกร็ดชวนรู้
 
"ผู้สูงอายุ" หมายความว่า บุคคลซึ่งมีอายุเกิน 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปและมีสัญชาติไทย (เบี้ยยังชีพคนละ 30 บาท/เดือน)
 "คนพิการ" หมายความว่า คนพิการที่จดทะเบียนคนพิการตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ พ.ศ. 2534 (เบี้ยยังชีพคนละ 500 บาท/ เดือน)
 "ผู้ป่วยเอดส์" หมายความว่า ผู้ป่วยเอดส์ที่แพทย์ได้รับรองและทำการวินิจฉัยแล้ว (เบี้ยยังชีพคนละ 500 บาท/ เดือน) 
 
คุณสมบัติของผู้มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์
 
มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตพื้นที่ อบต.
มีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ หรือถูกทอดทิ้ง หรือขาดผู้อุปการะเลี้ยงดู หรือไม่สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองได้
ในกรณีที่ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ป่วยเอดส์ มีคุณสมบัติเบื้องต้นเหมือนกัน ให้ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนมากกว่าหรือผู้มีปัญหาซ้ำซ้อน หรือผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ยากต่อการเข้าถึงบริการของรัฐ     เป็นผู้ได้รับการพิจารณาก่อน


ชื่อไฟล์ :

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

../add_file/



ชื่อไฟล์ :
 
1. ติดต่อร้องเรียน  ร้องทุกข์  ด้วยตนเอง ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลกุดค้า อำเภอทุ่งฝน  จังหวัดอุดรธานี
2. ติดต่อร้องเรียน  ร้องทุกข์  ทางไปรษณีย์ องค์การบริหารส่วนตำบลกุดค้า  294  หมู่ 12 ตำบลทุ่งฝน  อำเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรธานี
3. ติดต่อร้องเรียน  ร้องทุกข์  ทางโทรศัพท์
เบอร์โทร. สำนักงาน  0-4226-8114  โทรสาร. 0-4226-8114  
เบอร์โทร. นายกอบต.กุดค้า  04-9714-8688, 08-4726-2774
เบอร์โทร. ปลัดอบต.กุดค้า   08-4708-3742
4. ติดต่อร้องเรียน  ร้องทุกข์  ทางเว็ปไซต์ www.kudkha.go.th
ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:
 
1. ติดต่อร้องเรียน  ร้องทุกข์  ด้วยตนเอง ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลกุดค้า อำเภอทุ่งฝน  จังหวัดอุดรธานี
2. ติดต่อร้องเรียน  ร้องทุกข์  ทางไปรษณีย์ องค์การบริหารส่วนตำบลกุดค้า  294  หมู่ 12 ตำบลทุ่งฝน  อำเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรธานี
3. ติดต่อร้องเรียน  ร้องทุกข์  ทางโทรศัพท์
เบอร์โทร. สำนักงาน  0-4226-8114  โทรสาร. 0-4226-8114  
เบอร์โทร. นายกอบต.กุดค้า  04-9714-8688, 08-4726-2774
เบอร์โทร. ปลัดอบต.กุดค้า   08-4708-3742
4. ติดต่อร้องเรียน  ร้องทุกข์  ทางเว็ปไซต์ www.kudkha.go.th
../add_file/
 
1. ติดต่อร้องเรียน  ร้องทุกข์  ด้วยตนเอง ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลกุดค้า อำเภอทุ่งฝน  จังหวัดอุดรธานี
2. ติดต่อร้องเรียน  ร้องทุกข์  ทางไปรษณีย์ องค์การบริหารส่วนตำบลกุดค้า  294  หมู่ 12 ตำบลทุ่งฝน  อำเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรธานี
3. ติดต่อร้องเรียน  ร้องทุกข์  ทางโทรศัพท์
เบอร์โทร. สำนักงาน  0-4226-8114  โทรสาร. 0-4226-8114  
เบอร์โทร. นายกอบต.กุดค้า  04-9714-8688, 08-4726-2774
เบอร์โทร. ปลัดอบต.กุดค้า   08-4708-3742
4. ติดต่อร้องเรียน  ร้องทุกข์  ทางเว็ปไซต์ www.kudkha.go.th


ชื่อไฟล์ :

 

 

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

 

 

../add_file/

 

 



ชื่อไฟล์ :

สาระน่ารู้เกี่ยวกับอาเซียน (AEC) 

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ

http://www.mfa.go.th/asean/th

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

สาระน่ารู้เกี่ยวกับอาเซียน (AEC) 

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ

http://www.mfa.go.th/asean/th

../add_file/

สาระน่ารู้เกี่ยวกับอาเซียน (AEC) 

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ

http://www.mfa.go.th/asean/th



ชื่อไฟล์ :
บี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
 
       ทางหน่วยงานเตรียมเปิดให้ผู้สูงอายุรายใหม่ลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพ ณ ที่ทำการ จำนวนเงินเป็นไปตามอัตราขั้นบันไดอายุ ต่ำสุด 600 บาท สำหรับผู้สูงอายุ 60-69 ปี และสูงสุด 1,000 บาท สำหรับผู้สูงอายุ 90 ปีขึ้นไป
 
        สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ณ ที่ทำการ เรียนมาเพื่อทราบโดยทั่วกันด้วยความขอบคุณ
 
 
เบี้ยยังชีพผู้พิการ
 
โครงการสวัสดิการเบี้ยยังชีพผู้พิการตามนโยบานเร่งด่วนของรัฐบาล พ.ศ.๒๕๕๘
 
    -คุณสมบัติของผู้มีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพผู้พิการ
    - ขั้นตอนในการยื่นขึ้นทะเบียนรับเบี้ยยังชีพผู้พิการ
    - หลักฐานในการยื่นจดทะเบียนรับเบี้ยยังชีพผู้พิการ
          โครงการสวัสดิการเบี้ยยังชีพผู้พิการ ตามนโยบานเร่งด่วนของรัฐบาลการรับขึ้นทะเบียนผู้พิการเพื่อรับเงินเบี้ยยังชีพ เพื่อดำเนินการตามนโยบานเร่งด่วนของรัฐบาล ประจำปี 2558
 
คุณสมบัติของผู้มีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพผู้พิการ
 
    -มีสัญชาติไทย
    -มีสมุดคู่มือคนพิการ
    -มีทะเบียนบ้านอยู่ในเขตองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นๆ เช่น เทศบาล อบต. กทม.
 
ขั้นตอนในการยื่นขอขึ้นทะเบียน
 
         ให้ ผู้พิการ ที่มีคุณสมบัติดังกล่าวข้างต้น ยื่นคำขอจดทะเบียนต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ตนเองมีชื่ออยู่ใน ทะเบียนบ้าน ระหว่างวันที่ 1 - 30 พฤศจิกายน ของทุกๆปี ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น. เว้นวันหยุดราชการ จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
 
หลักฐานในการยื่นขอจดทะเบียนรับเบี้ยยังชีพผู้พิการ
 
    -สำเนาบัตรประชาชนผู้พิการ หรือ สำเนาสูจิบัตร
    -สำเนาทะเบียนบ้านผู้พิการ
    -สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร ธกส. 
 
กรณี ที่ผู้พิการไม่สามารถไปลงทะเบียนได้ด้วยตนเอง และ ไม่มีสมุดเงินฝากธนาคาร อาจมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้อื่นเป็นผู้ยื่นจดทะเบียนแทนได้ หรือ บิดา/มารดา/ผู้ปกครองของผู้พิการเป็นผู้ยื่นขอจดขึ้นทะเบียนแทนได้
 
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ : 0-4226-8114
 
เรียนมาเพื่อทราบโดยทั่วกันด้วยความขอบคุณ
 
 
เบี้ยยังชีพผู้ป่วยเอดส์
การขอเงินเบี้ยยังชีพผู้ป่วยเอดส์
 
   คุณสมบัติผู้ที่จะขอรับความช่วยเหลือ (คนละ 500 บาท/เดือน)
 
    -ต้องเป็นผู้ที่แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นผู้ป่วยที่ปรากฏอาการ และมีสภาพความเป็นอยู่ที่ยากจน
    -ถูกทอดทิ้ง ขาดผู้อุปการะดูแล ไม่สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองได้
    -มีทะเบียนบ้านอยู่ในเขต อบต. จริง
    -ต้องอาศัยอยู่ในเขต อบต. จริง
    -ได้รับความเห็นชอบจากคณะผู้บริหาร อบต.
    -มีฐานะยากจน โดยรายได้เฉลี่ยต่อคน ต่ำกว่า 20,000 บาท ต่อปี
 
   หลักฐานการรับความช่วยเหลือ
 
    -สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
    -สำเนาทะเบียนบ้าน
    -ใบรับรองแพทย์ว่าเป็นผู้ป่วยโรคเอดส์ที่ปรากฏอาการ
 
ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:
บี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
 
       ทางหน่วยงานเตรียมเปิดให้ผู้สูงอายุรายใหม่ลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพ ณ ที่ทำการ จำนวนเงินเป็นไปตามอัตราขั้นบันไดอายุ ต่ำสุด 600 บาท สำหรับผู้สูงอายุ 60-69 ปี และสูงสุด 1,000 บาท สำหรับผู้สูงอายุ 90 ปีขึ้นไป
 
        สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ณ ที่ทำการ เรียนมาเพื่อทราบโดยทั่วกันด้วยความขอบคุณ
 
 
เบี้ยยังชีพผู้พิการ
 
โครงการสวัสดิการเบี้ยยังชีพผู้พิการตามนโยบานเร่งด่วนของรัฐบาล พ.ศ.๒๕๕๘
 
    -คุณสมบัติของผู้มีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพผู้พิการ
    - ขั้นตอนในการยื่นขึ้นทะเบียนรับเบี้ยยังชีพผู้พิการ
    - หลักฐานในการยื่นจดทะเบียนรับเบี้ยยังชีพผู้พิการ
          โครงการสวัสดิการเบี้ยยังชีพผู้พิการ ตามนโยบานเร่งด่วนของรัฐบาลการรับขึ้นทะเบียนผู้พิการเพื่อรับเงินเบี้ยยังชีพ เพื่อดำเนินการตามนโยบานเร่งด่วนของรัฐบาล ประจำปี 2558
 
คุณสมบัติของผู้มีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพผู้พิการ
 
    -มีสัญชาติไทย
    -มีสมุดคู่มือคนพิการ
    -มีทะเบียนบ้านอยู่ในเขตองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นๆ เช่น เทศบาล อบต. กทม.
 
ขั้นตอนในการยื่นขอขึ้นทะเบียน
 
         ให้ ผู้พิการ ที่มีคุณสมบัติดังกล่าวข้างต้น ยื่นคำขอจดทะเบียนต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ตนเองมีชื่ออยู่ใน ทะเบียนบ้าน ระหว่างวันที่ 1 - 30 พฤศจิกายน ของทุกๆปี ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น. เว้นวันหยุดราชการ จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
 
หลักฐานในการยื่นขอจดทะเบียนรับเบี้ยยังชีพผู้พิการ
 
    -สำเนาบัตรประชาชนผู้พิการ หรือ สำเนาสูจิบัตร
    -สำเนาทะเบียนบ้านผู้พิการ
    -สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร ธกส. 
 
กรณี ที่ผู้พิการไม่สามารถไปลงทะเบียนได้ด้วยตนเอง และ ไม่มีสมุดเงินฝากธนาคาร อาจมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้อื่นเป็นผู้ยื่นจดทะเบียนแทนได้ หรือ บิดา/มารดา/ผู้ปกครองของผู้พิการเป็นผู้ยื่นขอจดขึ้นทะเบียนแทนได้
 
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ : 0-4226-8114
 
เรียนมาเพื่อทราบโดยทั่วกันด้วยความขอบคุณ
 
 
เบี้ยยังชีพผู้ป่วยเอดส์
การขอเงินเบี้ยยังชีพผู้ป่วยเอดส์
 
   คุณสมบัติผู้ที่จะขอรับความช่วยเหลือ (คนละ 500 บาท/เดือน)
 
    -ต้องเป็นผู้ที่แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นผู้ป่วยที่ปรากฏอาการ และมีสภาพความเป็นอยู่ที่ยากจน
    -ถูกทอดทิ้ง ขาดผู้อุปการะดูแล ไม่สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองได้
    -มีทะเบียนบ้านอยู่ในเขต อบต. จริง
    -ต้องอาศัยอยู่ในเขต อบต. จริง
    -ได้รับความเห็นชอบจากคณะผู้บริหาร อบต.
    -มีฐานะยากจน โดยรายได้เฉลี่ยต่อคน ต่ำกว่า 20,000 บาท ต่อปี
 
   หลักฐานการรับความช่วยเหลือ
 
    -สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
    -สำเนาทะเบียนบ้าน
    -ใบรับรองแพทย์ว่าเป็นผู้ป่วยโรคเอดส์ที่ปรากฏอาการ
 
../add_file/
บี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
 
       ทางหน่วยงานเตรียมเปิดให้ผู้สูงอายุรายใหม่ลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพ ณ ที่ทำการ จำนวนเงินเป็นไปตามอัตราขั้นบันไดอายุ ต่ำสุด 600 บาท สำหรับผู้สูงอายุ 60-69 ปี และสูงสุด 1,000 บาท สำหรับผู้สูงอายุ 90 ปีขึ้นไป
 
        สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ณ ที่ทำการ เรียนมาเพื่อทราบโดยทั่วกันด้วยความขอบคุณ
 
 
เบี้ยยังชีพผู้พิการ
 
โครงการสวัสดิการเบี้ยยังชีพผู้พิการตามนโยบานเร่งด่วนของรัฐบาล พ.ศ.๒๕๕๘
 
    -คุณสมบัติของผู้มีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพผู้พิการ
    - ขั้นตอนในการยื่นขึ้นทะเบียนรับเบี้ยยังชีพผู้พิการ
    - หลักฐานในการยื่นจดทะเบียนรับเบี้ยยังชีพผู้พิการ
          โครงการสวัสดิการเบี้ยยังชีพผู้พิการ ตามนโยบานเร่งด่วนของรัฐบาลการรับขึ้นทะเบียนผู้พิการเพื่อรับเงินเบี้ยยังชีพ เพื่อดำเนินการตามนโยบานเร่งด่วนของรัฐบาล ประจำปี 2558
 
คุณสมบัติของผู้มีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพผู้พิการ
 
    -มีสัญชาติไทย
    -มีสมุดคู่มือคนพิการ
    -มีทะเบียนบ้านอยู่ในเขตองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นๆ เช่น เทศบาล อบต. กทม.
 
ขั้นตอนในการยื่นขอขึ้นทะเบียน
 
         ให้ ผู้พิการ ที่มีคุณสมบัติดังกล่าวข้างต้น ยื่นคำขอจดทะเบียนต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ตนเองมีชื่ออยู่ใน ทะเบียนบ้าน ระหว่างวันที่ 1 - 30 พฤศจิกายน ของทุกๆปี ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น. เว้นวันหยุดราชการ จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
 
หลักฐานในการยื่นขอจดทะเบียนรับเบี้ยยังชีพผู้พิการ
 
    -สำเนาบัตรประชาชนผู้พิการ หรือ สำเนาสูจิบัตร
    -สำเนาทะเบียนบ้านผู้พิการ
    -สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร ธกส. 
 
กรณี ที่ผู้พิการไม่สามารถไปลงทะเบียนได้ด้วยตนเอง และ ไม่มีสมุดเงินฝากธนาคาร อาจมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้อื่นเป็นผู้ยื่นจดทะเบียนแทนได้ หรือ บิดา/มารดา/ผู้ปกครองของผู้พิการเป็นผู้ยื่นขอจดขึ้นทะเบียนแทนได้
 
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ : 0-4226-8114
 
เรียนมาเพื่อทราบโดยทั่วกันด้วยความขอบคุณ
 
 
เบี้ยยังชีพผู้ป่วยเอดส์
การขอเงินเบี้ยยังชีพผู้ป่วยเอดส์
 
   คุณสมบัติผู้ที่จะขอรับความช่วยเหลือ (คนละ 500 บาท/เดือน)
 
    -ต้องเป็นผู้ที่แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นผู้ป่วยที่ปรากฏอาการ และมีสภาพความเป็นอยู่ที่ยากจน
    -ถูกทอดทิ้ง ขาดผู้อุปการะดูแล ไม่สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองได้
    -มีทะเบียนบ้านอยู่ในเขต อบต. จริง
    -ต้องอาศัยอยู่ในเขต อบต. จริง
    -ได้รับความเห็นชอบจากคณะผู้บริหาร อบต.
    -มีฐานะยากจน โดยรายได้เฉลี่ยต่อคน ต่ำกว่า 20,000 บาท ต่อปี
 
   หลักฐานการรับความช่วยเหลือ
 
    -สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
    -สำเนาทะเบียนบ้าน
    -ใบรับรองแพทย์ว่าเป็นผู้ป่วยโรคเอดส์ที่ปรากฏอาการ
 


ชื่อไฟล์ :
คำแนะนำการชำระภาษี
 
       ภาษีโรงเรือนและที่ดิน
เป็นภาษีที่จัดเก็บจาก บ้านเช่า อาคารร้านค้า ตึกแถว บริษัท ธนาคาร โรงแรม โรงภาพยนตร์ แฟลต อพาร์เมนท์ หอพัก คอนโดมิเนียม โรงเรียนสอนวิชาชีพ โรงงานอุตสาหกรรม สนามม้า สนามมวย สนามกอล์ฟ ท่าเรือ บ่อนไก่ บ่อนปลา ฟาร์มสัตว์ คลังสินค้า และบริเวณที่ดินที่ปกติใช้ร่วมไปกับโรงเรือนนั้น ฯลฯ
 
อัตราภาษี
 
ร้อยละ 12.5 ของค่ารายปี
 
การยื่นแบบประเมินและการรับชำระภาษี
 
       1.เจ้าของทรัพย์สินหรือผู้รับมอบอำนาจยื่นแบบแสดงรายการทรัพย์สิน (ภ.ร.ด.2) ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่ตั้งแต่วันที่ 2มกราคม -สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ของทุกปี
       2.พนักงานเจ้าหน้าที่จะออกแบบแจ้งการประเมิน (ภ.ร.ด.8)
       3.ผู้รับการประเมินต้องชำระเงินภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแบบแจ้งการประเมิน(ภ.ร.ด.8)
 
การอุทธรณ์
 
หากผู้รับการประเมินไม่พอใจในการประเมินให้ยื่นคำร้องขออุทธรณ์ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับแบบการประประเมิน (ภ.ร.ด.8)
 
อัตราโทษและค่าปรับ
 
       1.ผู้ใดละเลยไม่ยื่นแบบแสดงรายการ มีความผิดโทษปรับไม่ เกิน 200 บาท และเรียกเก็บย้อนหลังได้ไม่เกิน 10 ปี
       2.ผู้ใดยื่นแบบแสดงรายการไม่ถูกต้องตามความจริงหรือไม่บริบูรณ์มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเรียกเก็บภาษีย้อนหลังได้ไม่เกิน 5 ปี
       3.ถ้าชำระค่าภาษีเกินกำหนด 30 วัน นับแต่วันถัดจากวันที่ได้รับแจ้งการประเมิน ให้เสียเงินเพิ่มดังนี้
           -ไม่เกิน 1 เดือน เสียเงินเพิ่ม 2.5%
           -เกิน 1 เดือน แต่ไม่เกิน 2 เดือน เพิ่ม 5%
           -เกิน 2 เดือน แต่ไม่เกิน 3 เดือน เพิ่ม 7%
           -เกิน 3 เดือน แต่ไม่เกิน 4 เดือน เพิ่ม 10%
           -เกิน 4 เดือนขึ้นไป ให้ยึดอายัด หรือขายทอดตลาดทรัพย์สินโดยมิต้องขอศาลสั่ง หรือออกหมายยึด
 
 
ภาษีบำรุงท้องที่
เป็นภาษีที่จัดเก็บจากเจ้าของที่ดิน ผู้ครอบครองที่ดิน
 
อัตราภาษี
 
         -จะเสียตามราคาปานกลางของที่ดิน มีหลายอัตรา ขอทราบรายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง
         -ที่ดินว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์จะต้องเสียภาษีเป็น 2 เท่าของอัตราภาษีปกติ
 
การยื่นแบบแสดงรายการที่ดินและการชำระภาษี
 
        -ให้เจ้าของที่ดิน , ผู้ครอบครองที่ดิน ยื่นแบบแสดงรายการที่ดิน (ภ.บ.ท.5) และการชำระภาษีปีละครั้ง
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 30 เมษายน ของทุกปี
 
        -ผู้ที่ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินใหม่ หรือเนื้อที่ดินเปลี่ยนแปลงให้ยื่นแบบแสดงรายการที่ดิน(ภ.บ.ท.5)
ภายใน 30 วันนับแต่วันที่โอนกรรมสิทธิ์
 
การลดหย่อนและการยกเว้นภาษีบำรุงท้องที่
 
        1.ที่ดินนอกเขตเทศบาล ให้ลดหย่อนได้ไม่เกิน 5 ไร่ แต่จะน้อยกว่า 3 ไร่ ไม่ได้ ทั้งนี้ตามที่กำหนดในข้อบัญญัติจังหวัด
        2.ที่ดินที่เจ้าของปลูกบ้านให้เช่าหรือปลูกบ้านทำการค้า และได้เสียภาษีโรงเรือนและที่ดินแล้ว จะได้รับการยกเว้นภาษีบำรุงท้องที่ในส่วนที่อาคารนั้นตั้งอยู่
 
อัตราโทษและค่าปรับ
 
       1.ไม่ยื่นแบบภายในกำหนดเสียเงินเพิ่ม 10% ของค่าภาษี
       2.ยื่นรายการไม่ถูกต้อง ค่าภาษีน้อยลงต้องเสียเงินเพิ่ม 10% ของค่าภาษีประเมินเพิ่มเติม
       3.ชี้เขตแจ้งจำนวนเนื้อที่ไม่ถูกต้อง ค่าภาษีน้อยลง ต้องเสียเงินเพิ่มอีก 1 เท่าของค่าภาษีประเมินเพิ่มเติม
       4.ชำระภาษีเกินกำหนดวันที่ 30 เมษายน ต้องเสียเงินเพิ่ม 2% ต่อเดือนของค่าภาษี เศษของเดือนให้นับเป็นหนึ่งเดือน
 
 
ภาษีป้าย
 
เป็นภาษีที่จัดเก็บจากป้ายแสดงชื่อ ยี่ห้อ หรือเครื่องหมายการค้าหรือโฆษณาหรือกิจการอื่นเพื่อหารายได้ไม่ว่าจะแสดงหรือโฆษณาไว้ที่วัตถุใด ๆ ด้วยตัวอักษร ภาพหรือเครื่องหมายที่เขียน แกะสลัก จารึก หรือทำให้ปรากฏด้วยวิธีอื่น
 
อัตราภาษี
 
ป้ายที่มีอักษรไทยล้วน คิดอัตรา 3 บาท ต่อตารางเซนติเมตร
 
       1.ป้ายที่มีอักษรไทยปนกับอักษรต่างประเทศหรือปนกับภาพและหรือเครื่องหมายอื่น คิดอัตรา 20 บาท ต่อ 500 ตารางเซนติเมตร
       2.ป้ายดังต่อไปนี้คิดอัตรา 40 บาท ต่อ 500 ตารางเซนติเมตร
        -ป้ายที่ไม่มีอักษรไทยไม่ว่าจะมีหรือเครื่องหมายใด ๆ หรือไม่
        -ป้ายที่มีอักษรไทยบางส่วน หรือทั้งหมดอยู่ใต้หรือต่ำกว่าอักษรต่างประเทศ
       1.ป้ายที่คำนวณพื้นที่และประเภทของป้ายแล้วเสียภาษี ต่ำกว่า 200 บาท ให้เสียในอัตรา200 บาท
 
การยื่นประเมินและการชำระ
 
       1.เจ้าของป้ายซึ่งต้องเสียภาษีป้าย ยื่นแสดงแบบรายการภาษีป้ายตั้งแต่ 2 มกราคม – 31มีนาคม ของทุกปี โดยเสียเป็นรายปี ยกเว้นป้ายที่เริ่มติดตั้งหรือแสดงในปีแรก ให้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายภายใน 15 วัน และให้เสียภาษีป้ายตั้งแต่วันเริ่มติดตั้งหรือแสดงจนถึงสิ้นปี
       2.ชำระภาษีป้ายภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมินจากพนักงานเจ้าหน้าที่
       3.ถ้าภาษีป้ายเกิน 3,000 บาท จะขอผ่อนชำระเป็นสามงวดเท่า ๆ กันก็ได้
 
การอุทธรณ์ 
 
ถ้าผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้าย ได้รับแจ้งการประเมินแล้วเห็นว่าไม่ถูกต้องให้ยื่นคำร้องอุทธรณ์ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามแบบ ภ.ป.4 ภายใน 40 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน
 
อัตราโทษและค่าปรับ
 
       1.ไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายภายในเดือนมีนาคมหรือหลังติดตั้งป้าย 15 วัน เสียเงินเพิ่ม 10% ของค่าภาษี
       2.ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายโดยไม่ถูกต้อง ทำให้ค่าภาษีน้อยลงต้องเสียเงินเพิ่ม 10%ของค่าภาษีที่ประเมินเพิ่มเติม
       3.ไม่ชำระเงินภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมินเสียเงินเพิ่ม 2% ต่อเดือนของค่าภาษี เศษของเดือนให้นับเป็นหนึ่งเดือน
       4.ผู้ใดจงใจไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 5,000-50,000บาท
       5.ผู้ใดไม่แจ้งการรับโอนป้าย ภายใน 30 วัน ตั้งแต่วันรับโอน ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่1,000-10,000 บาท
       6.ผู้ใดไม่แสดงชื่อ-ที่อยู่ เจ้าของป้ายเป็นอักษรไทยให้ชัดเจนที่มุมขวาด้านล่างของป้าย ซึ่งติดตั้งบนอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น และมีพื้นที่เกิน 2 ตารางเมตร ต้องระวางโทษปรับวันละ100 บาท เรียงรายวันตลอดระยะเวลาที่กระทำความผิด
       7.ผู้ใดโดยรู้อยู่หรือโดยจงใจแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ ให้ถ้อยคำเท็จตอบคำถามด้วยคำอันเป็นเท็จหรือนำพยานหลักฐานเท็จมาแสดงเพื่อหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงเสียภาษีป้าย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ ตั้งแต่ 5,000-50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
 
ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:
คำแนะนำการชำระภาษี
 
       ภาษีโรงเรือนและที่ดิน
เป็นภาษีที่จัดเก็บจาก บ้านเช่า อาคารร้านค้า ตึกแถว บริษัท ธนาคาร โรงแรม โรงภาพยนตร์ แฟลต อพาร์เมนท์ หอพัก คอนโดมิเนียม โรงเรียนสอนวิชาชีพ โรงงานอุตสาหกรรม สนามม้า สนามมวย สนามกอล์ฟ ท่าเรือ บ่อนไก่ บ่อนปลา ฟาร์มสัตว์ คลังสินค้า และบริเวณที่ดินที่ปกติใช้ร่วมไปกับโรงเรือนนั้น ฯลฯ
 
อัตราภาษี
 
ร้อยละ 12.5 ของค่ารายปี
 
การยื่นแบบประเมินและการรับชำระภาษี
 
       1.เจ้าของทรัพย์สินหรือผู้รับมอบอำนาจยื่นแบบแสดงรายการทรัพย์สิน (ภ.ร.ด.2) ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่ตั้งแต่วันที่ 2มกราคม -สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ของทุกปี
       2.พนักงานเจ้าหน้าที่จะออกแบบแจ้งการประเมิน (ภ.ร.ด.8)
       3.ผู้รับการประเมินต้องชำระเงินภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแบบแจ้งการประเมิน(ภ.ร.ด.8)
 
การอุทธรณ์
 
หากผู้รับการประเมินไม่พอใจในการประเมินให้ยื่นคำร้องขออุทธรณ์ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับแบบการประประเมิน (ภ.ร.ด.8)
 
อัตราโทษและค่าปรับ
 
       1.ผู้ใดละเลยไม่ยื่นแบบแสดงรายการ มีความผิดโทษปรับไม่ เกิน 200 บาท และเรียกเก็บย้อนหลังได้ไม่เกิน 10 ปี
       2.ผู้ใดยื่นแบบแสดงรายการไม่ถูกต้องตามความจริงหรือไม่บริบูรณ์มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเรียกเก็บภาษีย้อนหลังได้ไม่เกิน 5 ปี
       3.ถ้าชำระค่าภาษีเกินกำหนด 30 วัน นับแต่วันถัดจากวันที่ได้รับแจ้งการประเมิน ให้เสียเงินเพิ่มดังนี้
           -ไม่เกิน 1 เดือน เสียเงินเพิ่ม 2.5%
           -เกิน 1 เดือน แต่ไม่เกิน 2 เดือน เพิ่ม 5%
           -เกิน 2 เดือน แต่ไม่เกิน 3 เดือน เพิ่ม 7%
           -เกิน 3 เดือน แต่ไม่เกิน 4 เดือน เพิ่ม 10%
           -เกิน 4 เดือนขึ้นไป ให้ยึดอายัด หรือขายทอดตลาดทรัพย์สินโดยมิต้องขอศาลสั่ง หรือออกหมายยึด
 
 
ภาษีบำรุงท้องที่
เป็นภาษีที่จัดเก็บจากเจ้าของที่ดิน ผู้ครอบครองที่ดิน
 
อัตราภาษี
 
         -จะเสียตามราคาปานกลางของที่ดิน มีหลายอัตรา ขอทราบรายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง
         -ที่ดินว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์จะต้องเสียภาษีเป็น 2 เท่าของอัตราภาษีปกติ
 
การยื่นแบบแสดงรายการที่ดินและการชำระภาษี
 
        -ให้เจ้าของที่ดิน , ผู้ครอบครองที่ดิน ยื่นแบบแสดงรายการที่ดิน (ภ.บ.ท.5) และการชำระภาษีปีละครั้ง
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 30 เมษายน ของทุกปี
 
        -ผู้ที่ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินใหม่ หรือเนื้อที่ดินเปลี่ยนแปลงให้ยื่นแบบแสดงรายการที่ดิน(ภ.บ.ท.5)
ภายใน 30 วันนับแต่วันที่โอนกรรมสิทธิ์
 
การลดหย่อนและการยกเว้นภาษีบำรุงท้องที่
 
        1.ที่ดินนอกเขตเทศบาล ให้ลดหย่อนได้ไม่เกิน 5 ไร่ แต่จะน้อยกว่า 3 ไร่ ไม่ได้ ทั้งนี้ตามที่กำหนดในข้อบัญญัติจังหวัด
        2.ที่ดินที่เจ้าของปลูกบ้านให้เช่าหรือปลูกบ้านทำการค้า และได้เสียภาษีโรงเรือนและที่ดินแล้ว จะได้รับการยกเว้นภาษีบำรุงท้องที่ในส่วนที่อาคารนั้นตั้งอยู่
 
อัตราโทษและค่าปรับ
 
       1.ไม่ยื่นแบบภายในกำหนดเสียเงินเพิ่ม 10% ของค่าภาษี
       2.ยื่นรายการไม่ถูกต้อง ค่าภาษีน้อยลงต้องเสียเงินเพิ่ม 10% ของค่าภาษีประเมินเพิ่มเติม
       3.ชี้เขตแจ้งจำนวนเนื้อที่ไม่ถูกต้อง ค่าภาษีน้อยลง ต้องเสียเงินเพิ่มอีก 1 เท่าของค่าภาษีประเมินเพิ่มเติม
       4.ชำระภาษีเกินกำหนดวันที่ 30 เมษายน ต้องเสียเงินเพิ่ม 2% ต่อเดือนของค่าภาษี เศษของเดือนให้นับเป็นหนึ่งเดือน
 
 
ภาษีป้าย
 
เป็นภาษีที่จัดเก็บจากป้ายแสดงชื่อ ยี่ห้อ หรือเครื่องหมายการค้าหรือโฆษณาหรือกิจการอื่นเพื่อหารายได้ไม่ว่าจะแสดงหรือโฆษณาไว้ที่วัตถุใด ๆ ด้วยตัวอักษร ภาพหรือเครื่องหมายที่เขียน แกะสลัก จารึก หรือทำให้ปรากฏด้วยวิธีอื่น
 
อัตราภาษี
 
ป้ายที่มีอักษรไทยล้วน คิดอัตรา 3 บาท ต่อตารางเซนติเมตร
 
       1.ป้ายที่มีอักษรไทยปนกับอักษรต่างประเทศหรือปนกับภาพและหรือเครื่องหมายอื่น คิดอัตรา 20 บาท ต่อ 500 ตารางเซนติเมตร
       2.ป้ายดังต่อไปนี้คิดอัตรา 40 บาท ต่อ 500 ตารางเซนติเมตร
        -ป้ายที่ไม่มีอักษรไทยไม่ว่าจะมีหรือเครื่องหมายใด ๆ หรือไม่
        -ป้ายที่มีอักษรไทยบางส่วน หรือทั้งหมดอยู่ใต้หรือต่ำกว่าอักษรต่างประเทศ
       1.ป้ายที่คำนวณพื้นที่และประเภทของป้ายแล้วเสียภาษี ต่ำกว่า 200 บาท ให้เสียในอัตรา200 บาท
 
การยื่นประเมินและการชำระ
 
       1.เจ้าของป้ายซึ่งต้องเสียภาษีป้าย ยื่นแสดงแบบรายการภาษีป้ายตั้งแต่ 2 มกราคม – 31มีนาคม ของทุกปี โดยเสียเป็นรายปี ยกเว้นป้ายที่เริ่มติดตั้งหรือแสดงในปีแรก ให้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายภายใน 15 วัน และให้เสียภาษีป้ายตั้งแต่วันเริ่มติดตั้งหรือแสดงจนถึงสิ้นปี
       2.ชำระภาษีป้ายภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมินจากพนักงานเจ้าหน้าที่
       3.ถ้าภาษีป้ายเกิน 3,000 บาท จะขอผ่อนชำระเป็นสามงวดเท่า ๆ กันก็ได้
 
การอุทธรณ์ 
 
ถ้าผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้าย ได้รับแจ้งการประเมินแล้วเห็นว่าไม่ถูกต้องให้ยื่นคำร้องอุทธรณ์ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามแบบ ภ.ป.4 ภายใน 40 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน
 
อัตราโทษและค่าปรับ
 
       1.ไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายภายในเดือนมีนาคมหรือหลังติดตั้งป้าย 15 วัน เสียเงินเพิ่ม 10% ของค่าภาษี
       2.ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายโดยไม่ถูกต้อง ทำให้ค่าภาษีน้อยลงต้องเสียเงินเพิ่ม 10%ของค่าภาษีที่ประเมินเพิ่มเติม
       3.ไม่ชำระเงินภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมินเสียเงินเพิ่ม 2% ต่อเดือนของค่าภาษี เศษของเดือนให้นับเป็นหนึ่งเดือน
       4.ผู้ใดจงใจไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 5,000-50,000บาท
       5.ผู้ใดไม่แจ้งการรับโอนป้าย ภายใน 30 วัน ตั้งแต่วันรับโอน ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่1,000-10,000 บาท
       6.ผู้ใดไม่แสดงชื่อ-ที่อยู่ เจ้าของป้ายเป็นอักษรไทยให้ชัดเจนที่มุมขวาด้านล่างของป้าย ซึ่งติดตั้งบนอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น และมีพื้นที่เกิน 2 ตารางเมตร ต้องระวางโทษปรับวันละ100 บาท เรียงรายวันตลอดระยะเวลาที่กระทำความผิด
       7.ผู้ใดโดยรู้อยู่หรือโดยจงใจแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ ให้ถ้อยคำเท็จตอบคำถามด้วยคำอันเป็นเท็จหรือนำพยานหลักฐานเท็จมาแสดงเพื่อหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงเสียภาษีป้าย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ ตั้งแต่ 5,000-50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
 
../add_file/
คำแนะนำการชำระภาษี
 
       ภาษีโรงเรือนและที่ดิน
เป็นภาษีที่จัดเก็บจาก บ้านเช่า อาคารร้านค้า ตึกแถว บริษัท ธนาคาร โรงแรม โรงภาพยนตร์ แฟลต อพาร์เมนท์ หอพัก คอนโดมิเนียม โรงเรียนสอนวิชาชีพ โรงงานอุตสาหกรรม สนามม้า สนามมวย สนามกอล์ฟ ท่าเรือ บ่อนไก่ บ่อนปลา ฟาร์มสัตว์ คลังสินค้า และบริเวณที่ดินที่ปกติใช้ร่วมไปกับโรงเรือนนั้น ฯลฯ
 
อัตราภาษี
 
ร้อยละ 12.5 ของค่ารายปี
 
การยื่นแบบประเมินและการรับชำระภาษี
 
       1.เจ้าของทรัพย์สินหรือผู้รับมอบอำนาจยื่นแบบแสดงรายการทรัพย์สิน (ภ.ร.ด.2) ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่ตั้งแต่วันที่ 2มกราคม -สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ของทุกปี
       2.พนักงานเจ้าหน้าที่จะออกแบบแจ้งการประเมิน (ภ.ร.ด.8)
       3.ผู้รับการประเมินต้องชำระเงินภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแบบแจ้งการประเมิน(ภ.ร.ด.8)
 
การอุทธรณ์
 
หากผู้รับการประเมินไม่พอใจในการประเมินให้ยื่นคำร้องขออุทธรณ์ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับแบบการประประเมิน (ภ.ร.ด.8)
 
อัตราโทษและค่าปรับ
 
       1.ผู้ใดละเลยไม่ยื่นแบบแสดงรายการ มีความผิดโทษปรับไม่ เกิน 200 บาท และเรียกเก็บย้อนหลังได้ไม่เกิน 10 ปี
       2.ผู้ใดยื่นแบบแสดงรายการไม่ถูกต้องตามความจริงหรือไม่บริบูรณ์มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเรียกเก็บภาษีย้อนหลังได้ไม่เกิน 5 ปี
       3.ถ้าชำระค่าภาษีเกินกำหนด 30 วัน นับแต่วันถัดจากวันที่ได้รับแจ้งการประเมิน ให้เสียเงินเพิ่มดังนี้
           -ไม่เกิน 1 เดือน เสียเงินเพิ่ม 2.5%
           -เกิน 1 เดือน แต่ไม่เกิน 2 เดือน เพิ่ม 5%
           -เกิน 2 เดือน แต่ไม่เกิน 3 เดือน เพิ่ม 7%
           -เกิน 3 เดือน แต่ไม่เกิน 4 เดือน เพิ่ม 10%
           -เกิน 4 เดือนขึ้นไป ให้ยึดอายัด หรือขายทอดตลาดทรัพย์สินโดยมิต้องขอศาลสั่ง หรือออกหมายยึด
 
 
ภาษีบำรุงท้องที่
เป็นภาษีที่จัดเก็บจากเจ้าของที่ดิน ผู้ครอบครองที่ดิน
 
อัตราภาษี
 
         -จะเสียตามราคาปานกลางของที่ดิน มีหลายอัตรา ขอทราบรายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง
         -ที่ดินว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์จะต้องเสียภาษีเป็น 2 เท่าของอัตราภาษีปกติ
 
การยื่นแบบแสดงรายการที่ดินและการชำระภาษี
 
        -ให้เจ้าของที่ดิน , ผู้ครอบครองที่ดิน ยื่นแบบแสดงรายการที่ดิน (ภ.บ.ท.5) และการชำระภาษีปีละครั้ง
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 30 เมษายน ของทุกปี
 
        -ผู้ที่ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินใหม่ หรือเนื้อที่ดินเปลี่ยนแปลงให้ยื่นแบบแสดงรายการที่ดิน(ภ.บ.ท.5)
ภายใน 30 วันนับแต่วันที่โอนกรรมสิทธิ์
 
การลดหย่อนและการยกเว้นภาษีบำรุงท้องที่
 
        1.ที่ดินนอกเขตเทศบาล ให้ลดหย่อนได้ไม่เกิน 5 ไร่ แต่จะน้อยกว่า 3 ไร่ ไม่ได้ ทั้งนี้ตามที่กำหนดในข้อบัญญัติจังหวัด
        2.ที่ดินที่เจ้าของปลูกบ้านให้เช่าหรือปลูกบ้านทำการค้า และได้เสียภาษีโรงเรือนและที่ดินแล้ว จะได้รับการยกเว้นภาษีบำรุงท้องที่ในส่วนที่อาคารนั้นตั้งอยู่
 
อัตราโทษและค่าปรับ
 
       1.ไม่ยื่นแบบภายในกำหนดเสียเงินเพิ่ม 10% ของค่าภาษี
       2.ยื่นรายการไม่ถูกต้อง ค่าภาษีน้อยลงต้องเสียเงินเพิ่ม 10% ของค่าภาษีประเมินเพิ่มเติม
       3.ชี้เขตแจ้งจำนวนเนื้อที่ไม่ถูกต้อง ค่าภาษีน้อยลง ต้องเสียเงินเพิ่มอีก 1 เท่าของค่าภาษีประเมินเพิ่มเติม
       4.ชำระภาษีเกินกำหนดวันที่ 30 เมษายน ต้องเสียเงินเพิ่ม 2% ต่อเดือนของค่าภาษี เศษของเดือนให้นับเป็นหนึ่งเดือน
 
 
ภาษีป้าย
 
เป็นภาษีที่จัดเก็บจากป้ายแสดงชื่อ ยี่ห้อ หรือเครื่องหมายการค้าหรือโฆษณาหรือกิจการอื่นเพื่อหารายได้ไม่ว่าจะแสดงหรือโฆษณาไว้ที่วัตถุใด ๆ ด้วยตัวอักษร ภาพหรือเครื่องหมายที่เขียน แกะสลัก จารึก หรือทำให้ปรากฏด้วยวิธีอื่น
 
อัตราภาษี
 
ป้ายที่มีอักษรไทยล้วน คิดอัตรา 3 บาท ต่อตารางเซนติเมตร
 
       1.ป้ายที่มีอักษรไทยปนกับอักษรต่างประเทศหรือปนกับภาพและหรือเครื่องหมายอื่น คิดอัตรา 20 บาท ต่อ 500 ตารางเซนติเมตร
       2.ป้ายดังต่อไปนี้คิดอัตรา 40 บาท ต่อ 500 ตารางเซนติเมตร
        -ป้ายที่ไม่มีอักษรไทยไม่ว่าจะมีหรือเครื่องหมายใด ๆ หรือไม่
        -ป้ายที่มีอักษรไทยบางส่วน หรือทั้งหมดอยู่ใต้หรือต่ำกว่าอักษรต่างประเทศ
       1.ป้ายที่คำนวณพื้นที่และประเภทของป้ายแล้วเสียภาษี ต่ำกว่า 200 บาท ให้เสียในอัตรา200 บาท
 
การยื่นประเมินและการชำระ
 
       1.เจ้าของป้ายซึ่งต้องเสียภาษีป้าย ยื่นแสดงแบบรายการภาษีป้ายตั้งแต่ 2 มกราคม – 31มีนาคม ของทุกปี โดยเสียเป็นรายปี ยกเว้นป้ายที่เริ่มติดตั้งหรือแสดงในปีแรก ให้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายภายใน 15 วัน และให้เสียภาษีป้ายตั้งแต่วันเริ่มติดตั้งหรือแสดงจนถึงสิ้นปี
       2.ชำระภาษีป้ายภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมินจากพนักงานเจ้าหน้าที่
       3.ถ้าภาษีป้ายเกิน 3,000 บาท จะขอผ่อนชำระเป็นสามงวดเท่า ๆ กันก็ได้
 
การอุทธรณ์ 
 
ถ้าผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้าย ได้รับแจ้งการประเมินแล้วเห็นว่าไม่ถูกต้องให้ยื่นคำร้องอุทธรณ์ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามแบบ ภ.ป.4 ภายใน 40 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน
 
อัตราโทษและค่าปรับ
 
       1.ไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายภายในเดือนมีนาคมหรือหลังติดตั้งป้าย 15 วัน เสียเงินเพิ่ม 10% ของค่าภาษี
       2.ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายโดยไม่ถูกต้อง ทำให้ค่าภาษีน้อยลงต้องเสียเงินเพิ่ม 10%ของค่าภาษีที่ประเมินเพิ่มเติม
       3.ไม่ชำระเงินภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมินเสียเงินเพิ่ม 2% ต่อเดือนของค่าภาษี เศษของเดือนให้นับเป็นหนึ่งเดือน
       4.ผู้ใดจงใจไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 5,000-50,000บาท
       5.ผู้ใดไม่แจ้งการรับโอนป้าย ภายใน 30 วัน ตั้งแต่วันรับโอน ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่1,000-10,000 บาท
       6.ผู้ใดไม่แสดงชื่อ-ที่อยู่ เจ้าของป้ายเป็นอักษรไทยให้ชัดเจนที่มุมขวาด้านล่างของป้าย ซึ่งติดตั้งบนอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น และมีพื้นที่เกิน 2 ตารางเมตร ต้องระวางโทษปรับวันละ100 บาท เรียงรายวันตลอดระยะเวลาที่กระทำความผิด
       7.ผู้ใดโดยรู้อยู่หรือโดยจงใจแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ ให้ถ้อยคำเท็จตอบคำถามด้วยคำอันเป็นเท็จหรือนำพยานหลักฐานเท็จมาแสดงเพื่อหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงเสียภาษีป้าย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ ตั้งแต่ 5,000-50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
 


ชื่อไฟล์ :

ความหมายของการมีส่วนร่วมของประชาชน
 
การมีส่วนร่วม (Participation) ตามพจนานุกรมอังกฤษฉบับอ๊อกฟอร์ด ได้ให้คำนิยามไว้ว่า “เป็นการมีส่วน (ร่วมกับคนอื่น) ในการกระทำบางอย่างหรือบางเรื่อง” คำว่า การมีส่วนร่วม โดยมากมักจะใช้ในความหมายตรงข้ามกับคำว่า “การเมินเฉย (Apathy)” ฉะนั้น คำว่าการมีส่วนร่วมตามความหมายข้างต้น จึงหมายถึง การที่บุคคลกระทำการในเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือในประเด็นที่บุคคลนั้นสนใจ ไม่ว่าเขาจะได้ปฏิบัติการเพื่อแสดงถึงความสนใจอย่างจริงจังหรือไม่ก็ตาม และไม่จำเป็นที่บุคคลนั้นจะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจกรรมนั้นโดยตรงก็ได้ แต่การมีทัศนคติ ความคิดเห็น ความสนใจ ห่วงใย ก็เพียงพอแล้วที่จะเรียกว่าเป็นการมีส่วนร่วมได้ และยังได้ให้คำจำกัดความของการมีส่วนร่วมของประชาชนว่า “การมีส่วนร่วมของประชาชน” หมายถึง การที่กลุ่มประชาชน หรือขบวนการที่สมาชิกของชุมชนที่กระทำการออกมาในลักษณะของการทำงานร่วมกัน ที่จะแสดงให้เห็นถึงความต้องการร่วม ความสนใจร่วม มีความต้องการที่จะบรรลุถึงเป้าหมายร่วมทางเศรษฐกิจและสังคมหรือการเมือง หรือการดำเนินการร่วมกันเพื่อให้เกิดอิทธิพลต่อรองอำนาจ มติชน ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม หรือการดำเนินการเพื่อให้เกิดอิทธิพลต่อรองอำนาจทางการเมือง เศรษฐกิจ การปรับปรุงสถานภาพทางสังคมในกลุ่มชุมชน[1]
 
นอกจากนี้ ยังมีนักวิชาการอีกหลายท่านที่ได้ให้นิยามคำว่า “การมีส่วนร่วมของประชาชน” ไว้ เช่น เจมส์ แอล เครยัน ได้กำหนดความหมายของการมีส่วนร่วมของประชาชนว่า เป็นกระบวนการที่รวบรวมเอาความห่วงกังวล ความต้องการและค่านิยมต่าง ๆ ของสาธารณชนไว้อยู่ในกระบวนการตัดสินใจของรัฐและเอกชน เป็นการสื่อสารสองทาง และเป็นการมีปฏิสัมพันธ์ที่มีเป้าหมายเพื่อการตัดสินใจที่ดีกว่าและที่ได้รับการสนับสนุนจากสาธารณชน[2]
 
ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ และ ดร.ถวิลวดี บุรีกุล กล่าวถึง การมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมว่า หมายถึง การที่อำนาจในการตัดสินใจไม่ควรเป็นของกลุ่มคนจำนวนน้อย แต่อำนาจควรได้รับการจัดสรรในระหว่างประชาชน เพื่อทุก ๆ คนได้มีโอกาสที่จะมีอิทธิพลต่อกิจกรรมส่วนรวม[3]
 
คนึงนิจ ศรีบัวเอี่ยม และคณะ ให้ความหมายการมีส่วนร่วมของประชาชน (Public Participation) หมายถึง การกระจายโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง และการบริหารเกี่ยวกับการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ร่วมทั้ง การจัดสรรทรัพยากรของชุมชนและของชาติ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน โดยการให้ข้อมูล แสดงความคิดเห็น ให้คำแนะนำปรึกษา ร่วมวางแผน ร่วมปฏิบัติ รวมตลอดจนการควบคุมโดยตรงจากประชาชน[4]
 
ปัทมา สูบกำปัง ได้สรุปความหมายของการมีส่วนร่วมของประชาชนไว้ในรายงานการศึกษา เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะ ว่าหมายถึง การเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิในกระบวนการนโยบายสาธารณะทั้งในด้านการให้และรับรู้ข้อมูลข่าวสาร การให้ความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะ การร่วมตัดสินใจ ทั้งในขั้นตอนการริเริ่มนโยบาย การจัดทำแผนงาน โครงการหรือกิจกรรมที่อาจมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม การวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม การจัดการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งการปฏิบัติ การติดตาม และประเมินผลตามนโยบายแผนงานโครงการหรือกิจกรรมนั้น[5]
 
ประโยชน์ของการมีส่วนร่วมของประชาชน[6]
1. คุณภาพของการตัดสินใจดีขึ้น เนื่องจากกระบวนการปรึกษาหารือกับสาธารณชนจะช่วยสร้างความกระจ่างให้กับวัตถุประสงค์และความต้องการของโครงการหรือนโยบาย และบ่อยครั้งที่การมีส่วนร่วมของประชาชนนำมาสู่การพิจารณาทางเลือกใหม่ ๆ ที่น่าจะเป็นคำตอบที่มีประสิทธิผลที่สุดได้
 
2. ใช้ต้นทุนน้อยและลดความล่าช้าลง แม้ว่าการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมจะต้องใช้เวลาและมีค่าใช้จ่ายมากกว่าการตัดสินใจฝ่ายเดียว แต่การตัดสินใจฝ่ายเดียวที่ไม่คำนึงถึงความต้องการแท้จริงของประชาชนนั้น อาจนำมาซึ่งการโต้แย้งคัดค้านหรือการฟ้องร้องกัน อันทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงในระยะยาว เกิดความล่าช้า และความล้มเหลวของโครงการได้ในที่สุด
 
3. การสร้างฉันทามติ การมีส่วนร่วมของประชาชนจะสร้างข้อตกลงและข้อผูกพันอย่างมั่นคงในระยะยาวระหว่างกลุ่มที่มีความแตกต่างกัน ช่วยสร้างความเข้าใจระหว่างกลุ่มต่าง ๆ ลดข้อโต้แย้งทางการเมืองและช่วยให้เกิดความชอบธรรมต่อการตัดสินใจของรัฐบาล
 
4. การนำไปปฏิบัติง่ายขึ้น การเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจทำให้ประชาชนมีความรู้สึกของการเป็นเจ้าของการตัดสินใจนั้น และทันทีที่การตัดสินใจได้เกิดขึ้น พวกเขาก็อยากเห็นมันเกิดผลในทางปฏิบัติ และยังอาจเข้ามาช่วยกันอย่างกระตือรือร้นอีกด้วย
 
5. การหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าที่เลวร้ายที่สุด เพราะการเปิดโอกาสให้ฝ่ายต่าง ๆ เข้ามาแสดงความต้องการและข้อห่วงกังวลตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ จะช่วยลดโอกาสของการโต้แย้งและการแบ่งฝ่าย ที่จะเป็นปัจจัยให้เกิดการเผชิญหน้าอย่างรุนแรงได้
 
6. การคงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือและความชอบธรรม เนื่องจากกระบวนการตัดสินใจที่โปร่งใสและเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม จะสร้างความน่าเชื่อถือต่อสาธารณชนและเกิดความชอบธรรมโดยเฉพาะเมื่อต้องมีการตัดสินใจในเรื่องที่มีการโต้แย้งกัน
 
7. การคาดการณ์ความห่วงกังวลและทัศนคติของสาธารณชน เพราะเมื่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้มาทำงานร่วมกับสาธารณชนในกระบวนการมีส่วนร่วม พวกเขาจะได้รับรู้ถึงความห่วงกังวล และมุมมองของสาธารณชนต่อการทำงานขององค์กร ซึ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่สามารถคาดการณ์ปฏิกิริยาตอบสนองของสาธารณชนต่อกระบวนการและการตัดสินใจขององค์กรได้
 
8. การพัฒนาภาคประชาสังคม ประโยชน์อย่างหนึ่งของการมีส่วนร่วมของประชาชนคือ ทำให้ประชาชนมีความรู้ทั้งในส่วนของเนื้อหาโครงการและกระบวนการตัดสินใจของรัฐ รวมทั้งเป็นการฝึกอบรมผู้นำ และทำให้ประชาชนได้เรียนรู้ทักษะการทำงานร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต
 
เงื่อนไขพื้นฐานของการมีส่วนร่วมของประชาชน[7]
 
เงื่อนไขพื้นฐานของการมีส่วนร่วมของประชาชน มี 3 ประการ คือ
 
1. การมีอิสรภาพในการเข้าร่วม หมายถึง การเข้าร่วมต้องเป็นไปด้วยความสมัครใจ
 
2. ความเสมอภาคในการเข้าร่วมกิจกรรม หมายถึง ทุกคนที่เข้าร่วมต้องมีสิทธิเท่าเทียมกัน
 
3. ผู้เข้าร่วมต้องมีความสามารถพอที่จะเข้าร่วมกิจกรรม หมายถึง มีความเข้าใจในเรื่องนั้น ๆ แต่หากกิจกรรมที่กำหนดไว้มีความซับซ้อนเกินความสามารถของกลุ่มเป้าหมาย ก็จะต้องมีการพัฒนาศักยภาพให้พวกเขาสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้
 
ระดับขั้นการมีส่วนร่วมของประชาชน[8]
การแบ่งระดับขั้นการมีส่วนร่วมของประชาชนอาจแบ่งได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และความละเอียดของการแบ่งเป็นสำคัญ โดยมีข้อพึงสังเกตคือ ถ้าระดับการมีส่วนร่วมต่ำ จำนวนประชาชนที่เข้ามีส่วนร่วมจะมาก และยิ่งระดับการมีส่วนร่วมสูงขึ้นเพียงใด จำนวนประชาชนที่เข้ามีส่วนร่วมก็จะลดลงตามลำดับ ระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนเรียงตามลำดับจากต่ำสุดไปหาสูงสุด ได้แก่
 
1. ระดับการให้ข้อมูล เป็นระดับต่ำสุด และเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดของการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้วางแผนโครงการกับประชาชน มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลแก่ประชาชน โดยวิธีการต่าง ๆ เช่น การแถลงข่าว การแจกข่าวสาร และการแสดงนิทรรศการ เป็นต้น แต่ไม่เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นหรือเข้ามาเกี่ยวข้องใด ๆ
 
2. ระดับการเปิดรับความคิดเห็นจากประชาชน เป็นระดับขั้นที่สูงกว่าระดับแรก กล่าวคือ ผู้วางแผนโครงการจะเชิญชวนให้ประชาชนแสดงความคิดเห็น เพื่อเป็นข้อมูลในการประเมินข้อดีข้อเสียของโครงการอย่างชัดเจนมากขึ้น เช่น การจัดทำแบบสอบถามก่อนริเริ่มโครงการต่าง ๆ หรือการบรรยายและเปิดโอกาสให้ผู้ฟังแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการนั้น ๆ เป็นต้น
 
3. ระดับการปรึกษาหารือ เป็นการเจรจาอย่างเป็นทางการระหว่างผู้วางแผนโครงการและประชาชน เพื่อประเมินความก้าวหน้าหรือระบุประเด็นข้อสงสัยต่าง ๆ เช่น การจัดประชุม การจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ และการเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็น เป็นต้น
 
4. ระดับการวางแผนร่วมกัน เป็นระดับการมีส่วนร่วมที่ผู้วางแผนโครงการกับประชาชนมีความรับผิดชอบร่วมกันในการวางแผนเตรียมโครงการ และผลที่จะเกิดขึ้นจากการดำเนินการโครงการ เหมาะที่จะใช้สำหรับการพิจารณาประเด็นที่มีความยุ่งยากซับซ้อนและมีข้อโต้แย้งมาก เช่น การใช้กลุ่มที่ปรึกษาซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง การใช้อนุญาโตตุลาการเพื่อแก้ปัญหาข้อขัดแย้ง และการเจรจาเพื่อหาทางประนีประนอมกันเป็นต้น
 
5. ระดับการร่วมปฏิบัติ เป็นระดับที่ผู้รับผิดชอบโครงการกับประชาชนร่วมกันดำเนินโครงการ เป็นขั้นการนำโครงการไปปฏิบัติร่วมกันเพื่อให้บรรลุผลตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้
 
6. ระดับการควบคุมโดยประชาชน เป็นระดับสูงสุดของการมีส่วนร่วมโดยประชาชน เพื่อแก้ปัญหา ข้อขัดแย้งที่มีอยู่ทั้งหมด เช่น การลงประชามติ แต่การลงประชามติจะสะท้อนถึงความต้องการของประชาชนได้ดีเพียงใด ขึ้นอยู่กับความชัดเจนของประเด็นที่จะลงประชามติและการกระจายข่าวสารเกี่ยวกับข้อดีข้อเสียของประเด็นดังกล่าวให้ประชาชนเข้าใจอย่างสมบูรณ์และทั่วถึงเพียงใด โดยในประเทศที่มีการพัฒนาทางการเมืองแล้ว ผลของการลงประชามติจะมีผลบังคับให้รัฐบาลต้องปฏิบัติตาม แต่สำหรับประเทศไทยนั้น รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันบัญญัติให้ ผลของการประชามติมีทั้งแบบที่มีข้อยุติโดยเสียงข้างมาก และแบบที่เป็นเพียงการให้คำปรึกษาแก่คณะรัฐมนตรีซึ่งไม่มีผลบังคับให้รัฐบาลต้องปฏิบัติตามแต่อย่างใด (มาตรา 165)
 
อ้างอิงจาก : สถาบันพระปกเกล้า
 
ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

ความหมายของการมีส่วนร่วมของประชาชน
 
การมีส่วนร่วม (Participation) ตามพจนานุกรมอังกฤษฉบับอ๊อกฟอร์ด ได้ให้คำนิยามไว้ว่า “เป็นการมีส่วน (ร่วมกับคนอื่น) ในการกระทำบางอย่างหรือบางเรื่อง” คำว่า การมีส่วนร่วม โดยมากมักจะใช้ในความหมายตรงข้ามกับคำว่า “การเมินเฉย (Apathy)” ฉะนั้น คำว่าการมีส่วนร่วมตามความหมายข้างต้น จึงหมายถึง การที่บุคคลกระทำการในเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือในประเด็นที่บุคคลนั้นสนใจ ไม่ว่าเขาจะได้ปฏิบัติการเพื่อแสดงถึงความสนใจอย่างจริงจังหรือไม่ก็ตาม และไม่จำเป็นที่บุคคลนั้นจะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจกรรมนั้นโดยตรงก็ได้ แต่การมีทัศนคติ ความคิดเห็น ความสนใจ ห่วงใย ก็เพียงพอแล้วที่จะเรียกว่าเป็นการมีส่วนร่วมได้ และยังได้ให้คำจำกัดความของการมีส่วนร่วมของประชาชนว่า “การมีส่วนร่วมของประชาชน” หมายถึง การที่กลุ่มประชาชน หรือขบวนการที่สมาชิกของชุมชนที่กระทำการออกมาในลักษณะของการทำงานร่วมกัน ที่จะแสดงให้เห็นถึงความต้องการร่วม ความสนใจร่วม มีความต้องการที่จะบรรลุถึงเป้าหมายร่วมทางเศรษฐกิจและสังคมหรือการเมือง หรือการดำเนินการร่วมกันเพื่อให้เกิดอิทธิพลต่อรองอำนาจ มติชน ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม หรือการดำเนินการเพื่อให้เกิดอิทธิพลต่อรองอำนาจทางการเมือง เศรษฐกิจ การปรับปรุงสถานภาพทางสังคมในกลุ่มชุมชน[1]
 
นอกจากนี้ ยังมีนักวิชาการอีกหลายท่านที่ได้ให้นิยามคำว่า “การมีส่วนร่วมของประชาชน” ไว้ เช่น เจมส์ แอล เครยัน ได้กำหนดความหมายของการมีส่วนร่วมของประชาชนว่า เป็นกระบวนการที่รวบรวมเอาความห่วงกังวล ความต้องการและค่านิยมต่าง ๆ ของสาธารณชนไว้อยู่ในกระบวนการตัดสินใจของรัฐและเอกชน เป็นการสื่อสารสองทาง และเป็นการมีปฏิสัมพันธ์ที่มีเป้าหมายเพื่อการตัดสินใจที่ดีกว่าและที่ได้รับการสนับสนุนจากสาธารณชน[2]
 
ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ และ ดร.ถวิลวดี บุรีกุล กล่าวถึง การมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมว่า หมายถึง การที่อำนาจในการตัดสินใจไม่ควรเป็นของกลุ่มคนจำนวนน้อย แต่อำนาจควรได้รับการจัดสรรในระหว่างประชาชน เพื่อทุก ๆ คนได้มีโอกาสที่จะมีอิทธิพลต่อกิจกรรมส่วนรวม[3]
 
คนึงนิจ ศรีบัวเอี่ยม และคณะ ให้ความหมายการมีส่วนร่วมของประชาชน (Public Participation) หมายถึง การกระจายโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง และการบริหารเกี่ยวกับการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ร่วมทั้ง การจัดสรรทรัพยากรของชุมชนและของชาติ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน โดยการให้ข้อมูล แสดงความคิดเห็น ให้คำแนะนำปรึกษา ร่วมวางแผน ร่วมปฏิบัติ รวมตลอดจนการควบคุมโดยตรงจากประชาชน[4]
 
ปัทมา สูบกำปัง ได้สรุปความหมายของการมีส่วนร่วมของประชาชนไว้ในรายงานการศึกษา เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะ ว่าหมายถึง การเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิในกระบวนการนโยบายสาธารณะทั้งในด้านการให้และรับรู้ข้อมูลข่าวสาร การให้ความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะ การร่วมตัดสินใจ ทั้งในขั้นตอนการริเริ่มนโยบาย การจัดทำแผนงาน โครงการหรือกิจกรรมที่อาจมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม การวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม การจัดการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งการปฏิบัติ การติดตาม และประเมินผลตามนโยบายแผนงานโครงการหรือกิจกรรมนั้น[5]
 
ประโยชน์ของการมีส่วนร่วมของประชาชน[6]
1. คุณภาพของการตัดสินใจดีขึ้น เนื่องจากกระบวนการปรึกษาหารือกับสาธารณชนจะช่วยสร้างความกระจ่างให้กับวัตถุประสงค์และความต้องการของโครงการหรือนโยบาย และบ่อยครั้งที่การมีส่วนร่วมของประชาชนนำมาสู่การพิจารณาทางเลือกใหม่ ๆ ที่น่าจะเป็นคำตอบที่มีประสิทธิผลที่สุดได้
 
2. ใช้ต้นทุนน้อยและลดความล่าช้าลง แม้ว่าการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมจะต้องใช้เวลาและมีค่าใช้จ่ายมากกว่าการตัดสินใจฝ่ายเดียว แต่การตัดสินใจฝ่ายเดียวที่ไม่คำนึงถึงความต้องการแท้จริงของประชาชนนั้น อาจนำมาซึ่งการโต้แย้งคัดค้านหรือการฟ้องร้องกัน อันทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงในระยะยาว เกิดความล่าช้า และความล้มเหลวของโครงการได้ในที่สุด
 
3. การสร้างฉันทามติ การมีส่วนร่วมของประชาชนจะสร้างข้อตกลงและข้อผูกพันอย่างมั่นคงในระยะยาวระหว่างกลุ่มที่มีความแตกต่างกัน ช่วยสร้างความเข้าใจระหว่างกลุ่มต่าง ๆ ลดข้อโต้แย้งทางการเมืองและช่วยให้เกิดความชอบธรรมต่อการตัดสินใจของรัฐบาล
 
4. การนำไปปฏิบัติง่ายขึ้น การเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจทำให้ประชาชนมีความรู้สึกของการเป็นเจ้าของการตัดสินใจนั้น และทันทีที่การตัดสินใจได้เกิดขึ้น พวกเขาก็อยากเห็นมันเกิดผลในทางปฏิบัติ และยังอาจเข้ามาช่วยกันอย่างกระตือรือร้นอีกด้วย
 
5. การหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าที่เลวร้ายที่สุด เพราะการเปิดโอกาสให้ฝ่ายต่าง ๆ เข้ามาแสดงความต้องการและข้อห่วงกังวลตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ จะช่วยลดโอกาสของการโต้แย้งและการแบ่งฝ่าย ที่จะเป็นปัจจัยให้เกิดการเผชิญหน้าอย่างรุนแรงได้
 
6. การคงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือและความชอบธรรม เนื่องจากกระบวนการตัดสินใจที่โปร่งใสและเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม จะสร้างความน่าเชื่อถือต่อสาธารณชนและเกิดความชอบธรรมโดยเฉพาะเมื่อต้องมีการตัดสินใจในเรื่องที่มีการโต้แย้งกัน
 
7. การคาดการณ์ความห่วงกังวลและทัศนคติของสาธารณชน เพราะเมื่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้มาทำงานร่วมกับสาธารณชนในกระบวนการมีส่วนร่วม พวกเขาจะได้รับรู้ถึงความห่วงกังวล และมุมมองของสาธารณชนต่อการทำงานขององค์กร ซึ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่สามารถคาดการณ์ปฏิกิริยาตอบสนองของสาธารณชนต่อกระบวนการและการตัดสินใจขององค์กรได้
 
8. การพัฒนาภาคประชาสังคม ประโยชน์อย่างหนึ่งของการมีส่วนร่วมของประชาชนคือ ทำให้ประชาชนมีความรู้ทั้งในส่วนของเนื้อหาโครงการและกระบวนการตัดสินใจของรัฐ รวมทั้งเป็นการฝึกอบรมผู้นำ และทำให้ประชาชนได้เรียนรู้ทักษะการทำงานร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต
 
เงื่อนไขพื้นฐานของการมีส่วนร่วมของประชาชน[7]
 
เงื่อนไขพื้นฐานของการมีส่วนร่วมของประชาชน มี 3 ประการ คือ
 
1. การมีอิสรภาพในการเข้าร่วม หมายถึง การเข้าร่วมต้องเป็นไปด้วยความสมัครใจ
 
2. ความเสมอภาคในการเข้าร่วมกิจกรรม หมายถึง ทุกคนที่เข้าร่วมต้องมีสิทธิเท่าเทียมกัน
 
3. ผู้เข้าร่วมต้องมีความสามารถพอที่จะเข้าร่วมกิจกรรม หมายถึง มีความเข้าใจในเรื่องนั้น ๆ แต่หากกิจกรรมที่กำหนดไว้มีความซับซ้อนเกินความสามารถของกลุ่มเป้าหมาย ก็จะต้องมีการพัฒนาศักยภาพให้พวกเขาสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้
 
ระดับขั้นการมีส่วนร่วมของประชาชน[8]
การแบ่งระดับขั้นการมีส่วนร่วมของประชาชนอาจแบ่งได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และความละเอียดของการแบ่งเป็นสำคัญ โดยมีข้อพึงสังเกตคือ ถ้าระดับการมีส่วนร่วมต่ำ จำนวนประชาชนที่เข้ามีส่วนร่วมจะมาก และยิ่งระดับการมีส่วนร่วมสูงขึ้นเพียงใด จำนวนประชาชนที่เข้ามีส่วนร่วมก็จะลดลงตามลำดับ ระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนเรียงตามลำดับจากต่ำสุดไปหาสูงสุด ได้แก่
 
1. ระดับการให้ข้อมูล เป็นระดับต่ำสุด และเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดของการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้วางแผนโครงการกับประชาชน มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลแก่ประชาชน โดยวิธีการต่าง ๆ เช่น การแถลงข่าว การแจกข่าวสาร และการแสดงนิทรรศการ เป็นต้น แต่ไม่เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นหรือเข้ามาเกี่ยวข้องใด ๆ
 
2. ระดับการเปิดรับความคิดเห็นจากประชาชน เป็นระดับขั้นที่สูงกว่าระดับแรก กล่าวคือ ผู้วางแผนโครงการจะเชิญชวนให้ประชาชนแสดงความคิดเห็น เพื่อเป็นข้อมูลในการประเมินข้อดีข้อเสียของโครงการอย่างชัดเจนมากขึ้น เช่น การจัดทำแบบสอบถามก่อนริเริ่มโครงการต่าง ๆ หรือการบรรยายและเปิดโอกาสให้ผู้ฟังแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการนั้น ๆ เป็นต้น
 
3. ระดับการปรึกษาหารือ เป็นการเจรจาอย่างเป็นทางการระหว่างผู้วางแผนโครงการและประชาชน เพื่อประเมินความก้าวหน้าหรือระบุประเด็นข้อสงสัยต่าง ๆ เช่น การจัดประชุม การจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ และการเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็น เป็นต้น
 
4. ระดับการวางแผนร่วมกัน เป็นระดับการมีส่วนร่วมที่ผู้วางแผนโครงการกับประชาชนมีความรับผิดชอบร่วมกันในการวางแผนเตรียมโครงการ และผลที่จะเกิดขึ้นจากการดำเนินการโครงการ เหมาะที่จะใช้สำหรับการพิจารณาประเด็นที่มีความยุ่งยากซับซ้อนและมีข้อโต้แย้งมาก เช่น การใช้กลุ่มที่ปรึกษาซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง การใช้อนุญาโตตุลาการเพื่อแก้ปัญหาข้อขัดแย้ง และการเจรจาเพื่อหาทางประนีประนอมกันเป็นต้น
 
5. ระดับการร่วมปฏิบัติ เป็นระดับที่ผู้รับผิดชอบโครงการกับประชาชนร่วมกันดำเนินโครงการ เป็นขั้นการนำโครงการไปปฏิบัติร่วมกันเพื่อให้บรรลุผลตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้
 
6. ระดับการควบคุมโดยประชาชน เป็นระดับสูงสุดของการมีส่วนร่วมโดยประชาชน เพื่อแก้ปัญหา ข้อขัดแย้งที่มีอยู่ทั้งหมด เช่น การลงประชามติ แต่การลงประชามติจะสะท้อนถึงความต้องการของประชาชนได้ดีเพียงใด ขึ้นอยู่กับความชัดเจนของประเด็นที่จะลงประชามติและการกระจายข่าวสารเกี่ยวกับข้อดีข้อเสียของประเด็นดังกล่าวให้ประชาชนเข้าใจอย่างสมบูรณ์และทั่วถึงเพียงใด โดยในประเทศที่มีการพัฒนาทางการเมืองแล้ว ผลของการลงประชามติจะมีผลบังคับให้รัฐบาลต้องปฏิบัติตาม แต่สำหรับประเทศไทยนั้น รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันบัญญัติให้ ผลของการประชามติมีทั้งแบบที่มีข้อยุติโดยเสียงข้างมาก และแบบที่เป็นเพียงการให้คำปรึกษาแก่คณะรัฐมนตรีซึ่งไม่มีผลบังคับให้รัฐบาลต้องปฏิบัติตามแต่อย่างใด (มาตรา 165)
 
อ้างอิงจาก : สถาบันพระปกเกล้า
 
../add_file/

ความหมายของการมีส่วนร่วมของประชาชน
 
การมีส่วนร่วม (Participation) ตามพจนานุกรมอังกฤษฉบับอ๊อกฟอร์ด ได้ให้คำนิยามไว้ว่า “เป็นการมีส่วน (ร่วมกับคนอื่น) ในการกระทำบางอย่างหรือบางเรื่อง” คำว่า การมีส่วนร่วม โดยมากมักจะใช้ในความหมายตรงข้ามกับคำว่า “การเมินเฉย (Apathy)” ฉะนั้น คำว่าการมีส่วนร่วมตามความหมายข้างต้น จึงหมายถึง การที่บุคคลกระทำการในเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือในประเด็นที่บุคคลนั้นสนใจ ไม่ว่าเขาจะได้ปฏิบัติการเพื่อแสดงถึงความสนใจอย่างจริงจังหรือไม่ก็ตาม และไม่จำเป็นที่บุคคลนั้นจะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจกรรมนั้นโดยตรงก็ได้ แต่การมีทัศนคติ ความคิดเห็น ความสนใจ ห่วงใย ก็เพียงพอแล้วที่จะเรียกว่าเป็นการมีส่วนร่วมได้ และยังได้ให้คำจำกัดความของการมีส่วนร่วมของประชาชนว่า “การมีส่วนร่วมของประชาชน” หมายถึง การที่กลุ่มประชาชน หรือขบวนการที่สมาชิกของชุมชนที่กระทำการออกมาในลักษณะของการทำงานร่วมกัน ที่จะแสดงให้เห็นถึงความต้องการร่วม ความสนใจร่วม มีความต้องการที่จะบรรลุถึงเป้าหมายร่วมทางเศรษฐกิจและสังคมหรือการเมือง หรือการดำเนินการร่วมกันเพื่อให้เกิดอิทธิพลต่อรองอำนาจ มติชน ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม หรือการดำเนินการเพื่อให้เกิดอิทธิพลต่อรองอำนาจทางการเมือง เศรษฐกิจ การปรับปรุงสถานภาพทางสังคมในกลุ่มชุมชน[1]
 
นอกจากนี้ ยังมีนักวิชาการอีกหลายท่านที่ได้ให้นิยามคำว่า “การมีส่วนร่วมของประชาชน” ไว้ เช่น เจมส์ แอล เครยัน ได้กำหนดความหมายของการมีส่วนร่วมของประชาชนว่า เป็นกระบวนการที่รวบรวมเอาความห่วงกังวล ความต้องการและค่านิยมต่าง ๆ ของสาธารณชนไว้อยู่ในกระบวนการตัดสินใจของรัฐและเอกชน เป็นการสื่อสารสองทาง และเป็นการมีปฏิสัมพันธ์ที่มีเป้าหมายเพื่อการตัดสินใจที่ดีกว่าและที่ได้รับการสนับสนุนจากสาธารณชน[2]
 
ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ และ ดร.ถวิลวดี บุรีกุล กล่าวถึง การมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมว่า หมายถึง การที่อำนาจในการตัดสินใจไม่ควรเป็นของกลุ่มคนจำนวนน้อย แต่อำนาจควรได้รับการจัดสรรในระหว่างประชาชน เพื่อทุก ๆ คนได้มีโอกาสที่จะมีอิทธิพลต่อกิจกรรมส่วนรวม[3]
 
คนึงนิจ ศรีบัวเอี่ยม และคณะ ให้ความหมายการมีส่วนร่วมของประชาชน (Public Participation) หมายถึง การกระจายโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง และการบริหารเกี่ยวกับการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ร่วมทั้ง การจัดสรรทรัพยากรของชุมชนและของชาติ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน โดยการให้ข้อมูล แสดงความคิดเห็น ให้คำแนะนำปรึกษา ร่วมวางแผน ร่วมปฏิบัติ รวมตลอดจนการควบคุมโดยตรงจากประชาชน[4]
 
ปัทมา สูบกำปัง ได้สรุปความหมายของการมีส่วนร่วมของประชาชนไว้ในรายงานการศึกษา เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะ ว่าหมายถึง การเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิในกระบวนการนโยบายสาธารณะทั้งในด้านการให้และรับรู้ข้อมูลข่าวสาร การให้ความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะ การร่วมตัดสินใจ ทั้งในขั้นตอนการริเริ่มนโยบาย การจัดทำแผนงาน โครงการหรือกิจกรรมที่อาจมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม การวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม การจัดการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งการปฏิบัติ การติดตาม และประเมินผลตามนโยบายแผนงานโครงการหรือกิจกรรมนั้น[5]
 
ประโยชน์ของการมีส่วนร่วมของประชาชน[6]
1. คุณภาพของการตัดสินใจดีขึ้น เนื่องจากกระบวนการปรึกษาหารือกับสาธารณชนจะช่วยสร้างความกระจ่างให้กับวัตถุประสงค์และความต้องการของโครงการหรือนโยบาย และบ่อยครั้งที่การมีส่วนร่วมของประชาชนนำมาสู่การพิจารณาทางเลือกใหม่ ๆ ที่น่าจะเป็นคำตอบที่มีประสิทธิผลที่สุดได้
 
2. ใช้ต้นทุนน้อยและลดความล่าช้าลง แม้ว่าการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมจะต้องใช้เวลาและมีค่าใช้จ่ายมากกว่าการตัดสินใจฝ่ายเดียว แต่การตัดสินใจฝ่ายเดียวที่ไม่คำนึงถึงความต้องการแท้จริงของประชาชนนั้น อาจนำมาซึ่งการโต้แย้งคัดค้านหรือการฟ้องร้องกัน อันทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงในระยะยาว เกิดความล่าช้า และความล้มเหลวของโครงการได้ในที่สุด
 
3. การสร้างฉันทามติ การมีส่วนร่วมของประชาชนจะสร้างข้อตกลงและข้อผูกพันอย่างมั่นคงในระยะยาวระหว่างกลุ่มที่มีความแตกต่างกัน ช่วยสร้างความเข้าใจระหว่างกลุ่มต่าง ๆ ลดข้อโต้แย้งทางการเมืองและช่วยให้เกิดความชอบธรรมต่อการตัดสินใจของรัฐบาล
 
4. การนำไปปฏิบัติง่ายขึ้น การเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจทำให้ประชาชนมีความรู้สึกของการเป็นเจ้าของการตัดสินใจนั้น และทันทีที่การตัดสินใจได้เกิดขึ้น พวกเขาก็อยากเห็นมันเกิดผลในทางปฏิบัติ และยังอาจเข้ามาช่วยกันอย่างกระตือรือร้นอีกด้วย
 
5. การหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าที่เลวร้ายที่สุด เพราะการเปิดโอกาสให้ฝ่ายต่าง ๆ เข้ามาแสดงความต้องการและข้อห่วงกังวลตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ จะช่วยลดโอกาสของการโต้แย้งและการแบ่งฝ่าย ที่จะเป็นปัจจัยให้เกิดการเผชิญหน้าอย่างรุนแรงได้
 
6. การคงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือและความชอบธรรม เนื่องจากกระบวนการตัดสินใจที่โปร่งใสและเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม จะสร้างความน่าเชื่อถือต่อสาธารณชนและเกิดความชอบธรรมโดยเฉพาะเมื่อต้องมีการตัดสินใจในเรื่องที่มีการโต้แย้งกัน
 
7. การคาดการณ์ความห่วงกังวลและทัศนคติของสาธารณชน เพราะเมื่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้มาทำงานร่วมกับสาธารณชนในกระบวนการมีส่วนร่วม พวกเขาจะได้รับรู้ถึงความห่วงกังวล และมุมมองของสาธารณชนต่อการทำงานขององค์กร ซึ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่สามารถคาดการณ์ปฏิกิริยาตอบสนองของสาธารณชนต่อกระบวนการและการตัดสินใจขององค์กรได้
 
8. การพัฒนาภาคประชาสังคม ประโยชน์อย่างหนึ่งของการมีส่วนร่วมของประชาชนคือ ทำให้ประชาชนมีความรู้ทั้งในส่วนของเนื้อหาโครงการและกระบวนการตัดสินใจของรัฐ รวมทั้งเป็นการฝึกอบรมผู้นำ และทำให้ประชาชนได้เรียนรู้ทักษะการทำงานร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต
 
เงื่อนไขพื้นฐานของการมีส่วนร่วมของประชาชน[7]
 
เงื่อนไขพื้นฐานของการมีส่วนร่วมของประชาชน มี 3 ประการ คือ
 
1. การมีอิสรภาพในการเข้าร่วม หมายถึง การเข้าร่วมต้องเป็นไปด้วยความสมัครใจ
 
2. ความเสมอภาคในการเข้าร่วมกิจกรรม หมายถึง ทุกคนที่เข้าร่วมต้องมีสิทธิเท่าเทียมกัน
 
3. ผู้เข้าร่วมต้องมีความสามารถพอที่จะเข้าร่วมกิจกรรม หมายถึง มีความเข้าใจในเรื่องนั้น ๆ แต่หากกิจกรรมที่กำหนดไว้มีความซับซ้อนเกินความสามารถของกลุ่มเป้าหมาย ก็จะต้องมีการพัฒนาศักยภาพให้พวกเขาสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้
 
ระดับขั้นการมีส่วนร่วมของประชาชน[8]
การแบ่งระดับขั้นการมีส่วนร่วมของประชาชนอาจแบ่งได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และความละเอียดของการแบ่งเป็นสำคัญ โดยมีข้อพึงสังเกตคือ ถ้าระดับการมีส่วนร่วมต่ำ จำนวนประชาชนที่เข้ามีส่วนร่วมจะมาก และยิ่งระดับการมีส่วนร่วมสูงขึ้นเพียงใด จำนวนประชาชนที่เข้ามีส่วนร่วมก็จะลดลงตามลำดับ ระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนเรียงตามลำดับจากต่ำสุดไปหาสูงสุด ได้แก่
 
1. ระดับการให้ข้อมูล เป็นระดับต่ำสุด และเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดของการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้วางแผนโครงการกับประชาชน มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลแก่ประชาชน โดยวิธีการต่าง ๆ เช่น การแถลงข่าว การแจกข่าวสาร และการแสดงนิทรรศการ เป็นต้น แต่ไม่เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นหรือเข้ามาเกี่ยวข้องใด ๆ
 
2. ระดับการเปิดรับความคิดเห็นจากประชาชน เป็นระดับขั้นที่สูงกว่าระดับแรก กล่าวคือ ผู้วางแผนโครงการจะเชิญชวนให้ประชาชนแสดงความคิดเห็น เพื่อเป็นข้อมูลในการประเมินข้อดีข้อเสียของโครงการอย่างชัดเจนมากขึ้น เช่น การจัดทำแบบสอบถามก่อนริเริ่มโครงการต่าง ๆ หรือการบรรยายและเปิดโอกาสให้ผู้ฟังแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการนั้น ๆ เป็นต้น
 
3. ระดับการปรึกษาหารือ เป็นการเจรจาอย่างเป็นทางการระหว่างผู้วางแผนโครงการและประชาชน เพื่อประเมินความก้าวหน้าหรือระบุประเด็นข้อสงสัยต่าง ๆ เช่น การจัดประชุม การจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ และการเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็น เป็นต้น
 
4. ระดับการวางแผนร่วมกัน เป็นระดับการมีส่วนร่วมที่ผู้วางแผนโครงการกับประชาชนมีความรับผิดชอบร่วมกันในการวางแผนเตรียมโครงการ และผลที่จะเกิดขึ้นจากการดำเนินการโครงการ เหมาะที่จะใช้สำหรับการพิจารณาประเด็นที่มีความยุ่งยากซับซ้อนและมีข้อโต้แย้งมาก เช่น การใช้กลุ่มที่ปรึกษาซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง การใช้อนุญาโตตุลาการเพื่อแก้ปัญหาข้อขัดแย้ง และการเจรจาเพื่อหาทางประนีประนอมกันเป็นต้น
 
5. ระดับการร่วมปฏิบัติ เป็นระดับที่ผู้รับผิดชอบโครงการกับประชาชนร่วมกันดำเนินโครงการ เป็นขั้นการนำโครงการไปปฏิบัติร่วมกันเพื่อให้บรรลุผลตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้
 
6. ระดับการควบคุมโดยประชาชน เป็นระดับสูงสุดของการมีส่วนร่วมโดยประชาชน เพื่อแก้ปัญหา ข้อขัดแย้งที่มีอยู่ทั้งหมด เช่น การลงประชามติ แต่การลงประชามติจะสะท้อนถึงความต้องการของประชาชนได้ดีเพียงใด ขึ้นอยู่กับความชัดเจนของประเด็นที่จะลงประชามติและการกระจายข่าวสารเกี่ยวกับข้อดีข้อเสียของประเด็นดังกล่าวให้ประชาชนเข้าใจอย่างสมบูรณ์และทั่วถึงเพียงใด โดยในประเทศที่มีการพัฒนาทางการเมืองแล้ว ผลของการลงประชามติจะมีผลบังคับให้รัฐบาลต้องปฏิบัติตาม แต่สำหรับประเทศไทยนั้น รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันบัญญัติให้ ผลของการประชามติมีทั้งแบบที่มีข้อยุติโดยเสียงข้างมาก และแบบที่เป็นเพียงการให้คำปรึกษาแก่คณะรัฐมนตรีซึ่งไม่มีผลบังคับให้รัฐบาลต้องปฏิบัติตามแต่อย่างใด (มาตรา 165)
 
อ้างอิงจาก : สถาบันพระปกเกล้า
 


ชื่อไฟล์ :
แนวปฏิบัติการจัดการเรื่องร้องเรียนการทุจริต
 
ขั้นตอนแนวปฏิบัติการจัดการเรื่องร้องเรียนการทุจริตของเจ้าหน้าที่
 
1. ช่องทางร้องเรียน
 
- ประชาชนร้องเรียนด้วยตนเอง
 
- ร้องเรียนผ่านโทรศัพท์ หมายเลข 042-268114
 
- ศูนย์ประสานงานรับเรื่องราว/ร้องทุกข์ องค์การบริหารส่วนตำบลกุดค้า
 
- ช่องทางออนไลน์หรือสื่อสังคมออนไลน์ได้แก่
 
เว็บไซต์องค์การบริหารส่วนตำบลกุดค้า (www.kudkha.go.th/)
 
, FACEBOOK องค์การบริหารส่วนตำบลกุดค้า
 
2. ขั้นตอนการจัดการเรื่องร้องเรียนการทุจริตของเจ้าหน้าที่
 
ขั้นตอนที่ 1 ศูนย์ประสานงานรับเรื่องราวร้องทุกข์ องค์การบริหารส่วนตำบลกุดค้า รับเรื่องร้องเรียน/แจ้งเบาะแสด้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ จากช่องทางการร้องเรียนต่างๆ ในข้อที่ 1
 
ขั้นตอนที่ 2 ดำเนินการคัดแยกประเภทเรื่องร้องเรียน วิเคราะห์เนื้อหาของเรื่องร้องเรียน/แจ้งเบาะแสด้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ
 
ขั้นตอนที่ 3 สรุปความเห็นเสนอและจัดทำหนังสือถึงนายกองค์การบริหารส่วนตำบลกุดค้า พิจารณาลงนาม
 
ขั้นตอนที่ 4 ส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ หรือเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการ/คณะทำงาน ตรวจสอบเรื่องร้องเรียน
 
ขั้นตอนที่ 5 แจ้งผู้ร้องเรียน (กรณีมีชื่อ/ที่อยู่/หน่วยงาน ชัดเจน) ทราบเบื้องต้นภายใน 15 วัน
 
ขั้นตอนที่ 6 เจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานงานรับเรื่องราว/ร้องทุกข์ องค์การบริหารส่วนตำบลกุดค้า รับรายงานและติดตามความก้าวหน้า ผลการดำเนินงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสนอนายกองค์การบริหารส่วนตำบลกุดค้า
 
ขั้นตอนที่ 7 ดำเนินการเก็บข้อมูลในแบบบันทึกเรื่องร้องเรียน เพื่อการประมวลผลและสรุปวิเคราะห์
 
ขั้นตอนที่ 8 จัดทำรายงานสรุปผลการวิเคราะห์เสนอผู้บริหาร (รายปี) และบันทึกจัดเก็บเรื่องเป็นข้อมูลขององค์การบริหารส่วนตำบลกุดค้า
ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:
แนวปฏิบัติการจัดการเรื่องร้องเรียนการทุจริต
 
ขั้นตอนแนวปฏิบัติการจัดการเรื่องร้องเรียนการทุจริตของเจ้าหน้าที่
 
1. ช่องทางร้องเรียน
 
- ประชาชนร้องเรียนด้วยตนเอง
 
- ร้องเรียนผ่านโทรศัพท์ หมายเลข 042-268114
 
- ศูนย์ประสานงานรับเรื่องราว/ร้องทุกข์ องค์การบริหารส่วนตำบลกุดค้า
 
- ช่องทางออนไลน์หรือสื่อสังคมออนไลน์ได้แก่
 
เว็บไซต์องค์การบริหารส่วนตำบลกุดค้า (www.kudkha.go.th/)
 
, FACEBOOK องค์การบริหารส่วนตำบลกุดค้า
 
2. ขั้นตอนการจัดการเรื่องร้องเรียนการทุจริตของเจ้าหน้าที่
 
ขั้นตอนที่ 1 ศูนย์ประสานงานรับเรื่องราวร้องทุกข์ องค์การบริหารส่วนตำบลกุดค้า รับเรื่องร้องเรียน/แจ้งเบาะแสด้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ จากช่องทางการร้องเรียนต่างๆ ในข้อที่ 1
 
ขั้นตอนที่ 2 ดำเนินการคัดแยกประเภทเรื่องร้องเรียน วิเคราะห์เนื้อหาของเรื่องร้องเรียน/แจ้งเบาะแสด้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ
 
ขั้นตอนที่ 3 สรุปความเห็นเสนอและจัดทำหนังสือถึงนายกองค์การบริหารส่วนตำบลกุดค้า พิจารณาลงนาม
 
ขั้นตอนที่ 4 ส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ หรือเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการ/คณะทำงาน ตรวจสอบเรื่องร้องเรียน
 
ขั้นตอนที่ 5 แจ้งผู้ร้องเรียน (กรณีมีชื่อ/ที่อยู่/หน่วยงาน ชัดเจน) ทราบเบื้องต้นภายใน 15 วัน
 
ขั้นตอนที่ 6 เจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานงานรับเรื่องราว/ร้องทุกข์ องค์การบริหารส่วนตำบลกุดค้า รับรายงานและติดตามความก้าวหน้า ผลการดำเนินงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสนอนายกองค์การบริหารส่วนตำบลกุดค้า
 
ขั้นตอนที่ 7 ดำเนินการเก็บข้อมูลในแบบบันทึกเรื่องร้องเรียน เพื่อการประมวลผลและสรุปวิเคราะห์
 
ขั้นตอนที่ 8 จัดทำรายงานสรุปผลการวิเคราะห์เสนอผู้บริหาร (รายปี) และบันทึกจัดเก็บเรื่องเป็นข้อมูลขององค์การบริหารส่วนตำบลกุดค้า
../add_file/
แนวปฏิบัติการจัดการเรื่องร้องเรียนการทุจริต
 
ขั้นตอนแนวปฏิบัติการจัดการเรื่องร้องเรียนการทุจริตของเจ้าหน้าที่
 
1. ช่องทางร้องเรียน
 
- ประชาชนร้องเรียนด้วยตนเอง
 
- ร้องเรียนผ่านโทรศัพท์ หมายเลข 042-268114
 
- ศูนย์ประสานงานรับเรื่องราว/ร้องทุกข์ องค์การบริหารส่วนตำบลกุดค้า
 
- ช่องทางออนไลน์หรือสื่อสังคมออนไลน์ได้แก่
 
เว็บไซต์องค์การบริหารส่วนตำบลกุดค้า (www.kudkha.go.th/)
 
, FACEBOOK องค์การบริหารส่วนตำบลกุดค้า
 
2. ขั้นตอนการจัดการเรื่องร้องเรียนการทุจริตของเจ้าหน้าที่
 
ขั้นตอนที่ 1 ศูนย์ประสานงานรับเรื่องราวร้องทุกข์ องค์การบริหารส่วนตำบลกุดค้า รับเรื่องร้องเรียน/แจ้งเบาะแสด้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ จากช่องทางการร้องเรียนต่างๆ ในข้อที่ 1
 
ขั้นตอนที่ 2 ดำเนินการคัดแยกประเภทเรื่องร้องเรียน วิเคราะห์เนื้อหาของเรื่องร้องเรียน/แจ้งเบาะแสด้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ
 
ขั้นตอนที่ 3 สรุปความเห็นเสนอและจัดทำหนังสือถึงนายกองค์การบริหารส่วนตำบลกุดค้า พิจารณาลงนาม
 
ขั้นตอนที่ 4 ส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ หรือเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการ/คณะทำงาน ตรวจสอบเรื่องร้องเรียน
 
ขั้นตอนที่ 5 แจ้งผู้ร้องเรียน (กรณีมีชื่อ/ที่อยู่/หน่วยงาน ชัดเจน) ทราบเบื้องต้นภายใน 15 วัน
 
ขั้นตอนที่ 6 เจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานงานรับเรื่องราว/ร้องทุกข์ องค์การบริหารส่วนตำบลกุดค้า รับรายงานและติดตามความก้าวหน้า ผลการดำเนินงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสนอนายกองค์การบริหารส่วนตำบลกุดค้า
 
ขั้นตอนที่ 7 ดำเนินการเก็บข้อมูลในแบบบันทึกเรื่องร้องเรียน เพื่อการประมวลผลและสรุปวิเคราะห์
 
ขั้นตอนที่ 8 จัดทำรายงานสรุปผลการวิเคราะห์เสนอผู้บริหาร (รายปี) และบันทึกจัดเก็บเรื่องเป็นข้อมูลขององค์การบริหารส่วนตำบลกุดค้า


ชื่อไฟล์ : รอปรับปรุง ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: รอปรับปรุง ../add_file/รอปรับปรุง

ชื่อไฟล์ : วิดีโอสอนการใช้งาน ระบบจาก youtube คลิกที่นี่เพื่อดูวิดีโอ ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: วิดีโอสอนการใช้งาน ระบบจาก youtube คลิกที่นี่เพื่อดูวิดีโอ ../add_file/วิดีโอสอนการใช้งาน ระบบจาก youtube คลิกที่นี่เพื่อดูวิดีโอ

ชื่อไฟล์ : รอปรับปรุง ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: รอปรับปรุง ../add_file/รอปรับปรุง

ชื่อไฟล์ : รอปรับปรุง ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: รอปรับปรุง ../add_file/รอปรับปรุง

ชื่อไฟล์ : รอปรับปรุง ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: รอปรับปรุง ../add_file/รอปรับปรุง

ชื่อไฟล์ : ประชาสัมพันธ์รณรงค์การคัดแยกขยะ เพื่อการลด คัดแยกการใช้ประโยชน์ขยะมูลฝอยในชุมชน สถานการณ์ขยะในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตำหนักในปัจจุบันเริ่มเป็นปัญหามากขึ้นเรื่อยๆ สืบเนื่องจากจำนวนขยะที่มีมากขึ้น สาเหตุประการหนึ่ง คือ ประชาชนยังไม่มีการคัดแยกขยะก่อนทิ้ง ทำให้ขยะที่จัดเก็บมีทั้งขยะเปียก ขยะแห้ง หรือแม้แต่ขยะอันตราย เช่น หลอดไฟ แบตเตอรี่มือถือ ถ่านไฟฉาย ฯลฯ ผลจากการไม่คัดแยกขยะก่อนทิ้ง ทำให้ขยะมีน้ำหนักมาก โดยเฉพาะขยะเปียกที่มีน้ำผสมอยู่ จากปัญหาดังกล่าวกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนตำบลท่าตำหนัก จึงมีแนวคิดในการลดปริมาณขยะ ลดค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะ ด้วยการขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนได้ร่วมกันลดปริมาณขยะด้วยวิธีการคัดแยกขยะก่อนทิ้ง ซึ่งถือว่าเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่ประชาชนสามารถมีส่วนในการลดค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะ ที่สำคัญคือ อบต. มีงบประมาณเหลือไว้ใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวตำบลรำพันได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกันก่อนว่าขยะหลังจากนำมารีไซเคิลได้ จะสามารถนำไปทำเป็นอะไรได้บ้าง 1. ขยะประเภท กระป๋องอลูมิเนียม และกระป๋องเหล็ก สามารถนำไปรีไซเคิลและผลิตเป็นกระป๋องอลูมิเนียม กระป๋องเหล็ก ชิ้นส่วนจักรยานยนต์ และอุปกรณ์ก่อสร้าง ตู้เย็น เครื่องซักผ้าเป็นต้น 2. ขยะประเภทกระดาษหนังสือพิมพ์ นิตยสาร กล่องกระดาษ กล่องนม สามารถนำไปทำเป็นกล่องกระดาษที่มีความแข็งแรง กระดาษทิชชู เป็นตัน 3. เสื้อผ้า เป็นเสื้อผ้ามือสอง 3. ขวดแก้วใส หรือสีชา นำไปผลิตขวดใหม่ได้ 4. ขวดแก้วสีอื่นๆ นำไปผลิตเป็นพื้นกระเบื้อง 5. ขวดน้ำพลาสติก นำไปผลิตเป็นผ้าพลาสติกได้ 6. พลาสติกต่างๆ นำไปผลิตพลาสติกที่ใช้ในการก่อสร้าง หรือพลาสติกที่ใช้แล้วทิ้ง หรือไม่ก็ผลิตเป็นปากกา 7. พลาสติกที่ใช้เป็นบรรจุภัณฑ์ นำไปผลิตพลาสติกที่ใช้ในการก่อสร้าง หรือพลาสติกที่ใช้แล้วทิ้ง หรือไม่ก็ผลิตเป็นปากกา สิ่งที่ควรระวังเกี่ยวกับการทิ้งขยะ การแยกขยะเป็นสิ่งที่ควรให้การสนับสนุนแต่ต้องทำความเข้าใจระหว่างผู้ทิ้งขยะกับผู้เก็บขยะด้วย 1. การเก็บขยะที่รีไซเคิลได้นั้นจะเก็บเฉพาะขยะที่สะอาด ส่วนขยะที่สกปรกไม่สามารถรีไซเคิลได้ เช่น ขยะสด ขยะที่สามารถเผาได้ ขยะที่ไม่สามารถเผาได้ควรจะแยกสีถุงบรรจุขยะให้ชัดเจน 2. ขยะ ที่รีไซเคิลได้นั้นจะนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์นำกลับมาใช้ใหม่ ดังนั้นไม่ควรทิ้งขยะที่จะนำมารีไซเคิลได้ปะปนกัน แยกถุงทิ้งและแสดงหน้าถุงบรรจุให้ชัดเจนว่าเป็นขยะแบบไหน 3. ควรจะแยกวันเก็บขยะให้ชัดเจนว่าวันไหนจะเก็บขยะประเภทใด วิธีการแยกขยะ 1. กระป๋อง กระป๋องควรจะแยกประเภทว่าเป็นอลูมิเนียมหรือว่าเหล็กและควรล้างทำความสะอาดภายในให้เรียบร้อยก่อน 2. กระดาษ กระดาษจะแยกเป็น 4 ประเภทหลักๆคือ 2.1 กระดาษหนังสือพิมพ์และใบปลิว 2.2 นิตยสาร 2.3 กล่องกระดาษ ควรแยกเอาส่วนที่เป็นโลหะออกให้หมด เช่น แม๊กเย็บกล่อง 2.4 กล่องนม ควรคลี่ออกและล้างให้สะอาดก่อนทิ้ง 3. เสื้อผ้า เสื้อผ้าที่จะนำไปรีไซเคิล ควรเป็นเสื้อผ้าที่ไม่สกปรก แค่มีรอยขาดนิดหน่อยหรือเป็นรู กระดุมหลุดเป็นตัน 4. ขวด ขวดควรแยกเป็นขวดใส ขวดสีชา และขวดสีอื่นๆ และควรล้างทำความสะอาดก่อนนำมาส่ง ควรแยกฝาที่เป็นโลหะทิ้งไปกับขยะที่ไม่สามารถเผาได้ ฝาพลาสติกทิ้งไปกับขวดพลาสติก ส่วนขวดที่แตกแล้วทิ้งไปกับขยะที่ไม่สามารถเผาได้ 5. พลาสติกต่างๆ ขวด พลาสติกควรจะล้างทำความสะอาดก่อนทิ้งพลาสติกบรรจุภัณฑ์ เฉพาะสีขาวควรล้างทำความสะอาดก่อนทิ้งถุงพลาสติก ขวดพลาสติก ควรล้างทำความสะอาดก่อนทิ้ง ขยะอื่นๆ ที่ต้องผ่านกระบวนการก่อนนำกลับมาใช้ และที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้ 1. ขยะที่สามารถเผาได้ เป็นประเภทขยะสด ขยะที่ไม่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ เช่น ของเล่น ตุ๊กตา หนังสัตว์ ผ้า แต่ควรแยกส่วนที่เป็นโลหะออกเสียก่อน ขยะสด ควรรีดน้ำออกให้เหลือน้อยที่สุดและพันด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ ไม่ควรใส่ถุงพลาสติกแล้วนำมาทิ้ง ผ้าอ้อมที่ใช้แล้วควรห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ก่อนนำมาทิ้ง 2. ขยะที่ไม่สามารถเผาได้ แก้ว โลหะ เครื่องใช้ไฟฟ้า เตารีด หม้อตัมน้ำ ทิ่ปิ้งขนมปัง ที่เป่าผม โทรทัศน์ ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า วิทยุ เป็นตัน ข้อควรระวัง แก้ว มีด ของมีคมควรห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ก่อนทิ้ง กระป๋องสเปรย์ควรเจาะรู 2 รูก่อนนำมาทิ้ง 3. ขยะที่มีขนาดใหญ่ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องเสียง จักรยานยนต์เป็นตัน 4. ขยะเป็นพิษ ถ่านไฟฉาย หลอดไฟฟ้า ควรใส่ถุงพลาสติกก่อนนำมาทิ้ง ถ้าหลอดแตกให้ทิ้งเป็นขยะเผาไม่ได้ ผลกระทบต่อสุขภาพอันเกิดจากขยะพิษประเภทต่าง ๆ ประเภทของสาร ผลิตภัณฑ์ที่พบ ผลต่อสุขภาพ 1. สารปรอท หลอดฟลูออเรสเซนต์ ปวดศรีษะ ง่วงนอน อ่อนเพลีย หลอดนีออน ซึมเซา อารมณ์แปรปรวน จิตใจไม่สงบ กระจกส่องหน้า ประสาทหลอน สมองสับสน สมองอักเสบ 2. สารตะกั่ว แบตเตอรี่รถยนต์ ปวดศรีษะ อ่อนเพลีย ซีดลง ปวดหลัง ยาฆ่าแมลง ยาปราบศัตรูพืช ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ มีอาการทางสมอง ตะกอนสี หมึกพิมพ์ ฯลฯ ทำให้ความจำเสื่อม ชักกระตุกและหมดสติลง 3. สารแมงกานีส ถ่านไฟฉาย ตะกอนสี ปวดศรีษะ ง่วงนอน จิตใจไม่สงบ เครื่องเคลือบดินเผา ประสาทหลอน เกิดตะคริวที่แขน ชา สมองสับสน สมองอักเสบ 4. สารแคดเมียม ถ่านนาฬิกาควอตซ์ ทำให้เกิดโรคอิไต-อิไต อาการปวดในกระดูก 5. สารฟอสฟอรัส ยาเบื่อหนู ตะกอนสี ฯลฯ เหงือกบวม เยื้อบุปากอักเสบ 6. สารเคมี สเปรย์ ยาย้อมผม ยาทาเล็บ เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง ประเภทอื่น ๆ ยาล้างเล็บ ยาฆ่าแมลง และเยื่อบุทางเดินหายใจ ปวดศรีษะ ยารักษาโรค ยากำจัดวัชพืช หายใจขัด เป็นลม ฯลฯ ขั้นตอนการแยกขยะอย่างง่ายแบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ 1) ขยะเศษอาหาร พืช ผัก ผลไม้ หรือที่แต่เดิมเรียกว่า ขยะเปียก ได้แก่ เศษอาหาร พืช ผัก เปลือก ผลไม้ อินทรียวัตถุที่ย่อยสลายเน่าเปื่อยง่าย มีความชื้นสูงและส่งกลิ่นเหม็นได้รวดเร็ว 2) ขยะ ยังใช้ได้หรือเรียกว่าขยะรีไซเคิล หรือที่ แต่เดิมเรียกว่า ขยะแห้ง ได้แก่ พวก แก้ว กระดาษ โลหะ พลาสติก เศษผ้า ฯลฯ ซึ่งเราสามารถเลือกวัสดุที่ยังมีประโยชน์กลับมาใช้ใหม่ได้อีก 3) ขยะ ที่มีพิษภัยอันตรายซึ่งเกิดจากบ้านเรือน ได้ตั้งถังสีเทาฝาสีส้ม ไว้สำหรับให้ประชาชนนำขยะ ที่พิษภัยอันตรายซึ่งเกิดจากบ้านเรือนมาทิ้ง โดยตั้งไว้ตามสถานีบริการน้ำมัน และสถานที่อื่น ๆ ซึ่งขยะพวกนี้ ได้แก่ หลอดไฟ และหลอดฟลูออเรสเซนต์ที่เสียแล้ว แบตเตอรี่รถยนต์ และถ่านไฟฉายที่หมดอายุ กระป๋องยาฆ่าแมลง และยาปราบศัตรูพืช ภาชนะใส่แลกเกอร์ และทินเนอร์ ภาชนะใส่น้ำมันเครื่อง และน้ำมันเบรก น้ำยาทำความสะอาดสุขภัณฑ์ ยารักษาโรค ที่เสื่อมคุณภาพ ฯลฯ รวมทั้งได้จัดให้มีวันทิ้งของเหลือใช้ เพื่อให้ประชาชนนำขยะประเภทนี้มาทิ้ง จากนั้นก็จะจ้างบริษัทเอกชนนำไปทำลายอย่างถูกหลักวิชาการต่อไป วิธีการลดขยะได้ด้วย 4 Rs “ปัญหาขยะจะหมดไปด้วยจิตสำนึกไทยรีไซเคิล” 1. Reduce ลด การใช้ ลดการบริโภคสินค้าที่ฟุ่มเฟือย ใช้อย่างประหยัด และใช้เท่าที่จำเป็น เช่น ทำอาหารให้พอดีรับประทาน เลือกซื้อสินค้าที่ไม่บรรจุห่อหลายชั้น ใช้ผ้าเช็ดหน้า แทนกระดาษทิชชู พกถุงผ้าไปตลาด 2. Repair การซ่อมแซม การซ่อมแซมวัสดุสิ่งของที่ชำรุด ให้อยู่ในสภาพที่ดีใช้งานได้นาน ไม่ต้องทิ้งเป็นขยะหรือต้องสิ้นเปลืองซื้อใหม่ 3. Reuse การใช้ซ้ำ การนำสิ่งของที่ใช้แล้วมาใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่า เช่น ขวดแก้วนำไปล้างไว้ใส่น้ำดื่ม 4. Recycle การ นำกลับมาใช้ใหม่ การนำขยะมาแปรรูป เพื่อนำกลับมาใช่ใหม่ทำให้ไม่ต้องนำทรัพยากรธรรมชาติมาผลิตสิ่งของต่าง ๆ แต่ใช้ขยะเป็นวัตถุดิบทดแทนในการผลิตสิ่งของต่าง ๆ แนวทางการใช้ประโยชน์จากวัสดุรีไซเคิล โดย ทั่วไปการแยกขยะที่เกิดขึ้นจากแหล่งกำเนิดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นชุมชน โรงเรียน ตลาดโรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า และสถานที่อื่น ๆ นั้นแยกได้เป็น 3 ประเภท คือ 1. ขยะเศษอาหาร แยกเพื่อนำไปกำจัดโดยวิธีปุ๋ยหมัก 2. ขยะ ยังใช้ได้ หรือขยะรีไซเคิลแยกเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ ใช้ซ้ำ โดยการนำกลับเข้าสู่ขบวนการนำกลับมาใช้ใหม่ การนำกลับมาใช้ใหม่ หรือรีไซเคิล คือ การนำขยะหรือวัสดุที่ใช้แล้ว มาผ่านกระบวนการผลิตเป็นสินค้าใหม่ โดยโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งมีขบวนการผลิต 4 ขั้น ตอน ได้แก่ การรวบรวม การแยกวัสดุแต่ละชนิดออกจากกัน การผลิตหรือปรับปรุง และสุดท้าย การนำมาใช้ประโยชน์ โดยในส่วนของขั้นตอนการผลิต นั้นวัสดุพวกแก้ว กระดาษ พลาสติก และโลหะ จะผ่านกรรมวิธีการผลิตที่แตกต่างกัน 3. ขยะพิษ แยกเพื่อรวบรวมส่งกำจัดด้วยวิธีที่เหมาะสม อาจใช้ได้ทั้งวิธีการฝังกลบโดยวิธีพิเศษ และการเผา หลัง จากวัสดุผ่านกระบวนการผลิต จะได้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนการนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป โดยจะพบสัญลักษณ์รีไซเคิล ปรากฏอยู่บนผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลทุกชิ้น การนำกลับมาใช้ใหม่ การ นำขยะมาแปรรูป เพื่อนำกลับมาใช่ใหม่ทำให้ไม่ต้องนำทรัพยากรธรรมชาติมาผลิตสิ่งของต่าง ๆ แต่ใช้ขยะเป็นวัตถุดิบทดแทนในการผลิตสิ่งของต่าง ๆ ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ประชาสัมพันธ์รณรงค์การคัดแยกขยะ เพื่อการลด คัดแยกการใช้ประโยชน์ขยะมูลฝอยในชุมชน สถานการณ์ขยะในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตำหนักในปัจจุบันเริ่มเป็นปัญหามากขึ้นเรื่อยๆ สืบเนื่องจากจำนวนขยะที่มีมากขึ้น สาเหตุประการหนึ่ง คือ ประชาชนยังไม่มีการคัดแยกขยะก่อนทิ้ง ทำให้ขยะที่จัดเก็บมีทั้งขยะเปียก ขยะแห้ง หรือแม้แต่ขยะอันตราย เช่น หลอดไฟ แบตเตอรี่มือถือ ถ่านไฟฉาย ฯลฯ ผลจากการไม่คัดแยกขยะก่อนทิ้ง ทำให้ขยะมีน้ำหนักมาก โดยเฉพาะขยะเปียกที่มีน้ำผสมอยู่ จากปัญหาดังกล่าวกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนตำบลท่าตำหนัก จึงมีแนวคิดในการลดปริมาณขยะ ลดค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะ ด้วยการขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนได้ร่วมกันลดปริมาณขยะด้วยวิธีการคัดแยกขยะก่อนทิ้ง ซึ่งถือว่าเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่ประชาชนสามารถมีส่วนในการลดค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะ ที่สำคัญคือ อบต. มีงบประมาณเหลือไว้ใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวตำบลรำพันได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกันก่อนว่าขยะหลังจากนำมารีไซเคิลได้ จะสามารถนำไปทำเป็นอะไรได้บ้าง 1. ขยะประเภท กระป๋องอลูมิเนียม และกระป๋องเหล็ก สามารถนำไปรีไซเคิลและผลิตเป็นกระป๋องอลูมิเนียม กระป๋องเหล็ก ชิ้นส่วนจักรยานยนต์ และอุปกรณ์ก่อสร้าง ตู้เย็น เครื่องซักผ้าเป็นต้น 2. ขยะประเภทกระดาษหนังสือพิมพ์ นิตยสาร กล่องกระดาษ กล่องนม สามารถนำไปทำเป็นกล่องกระดาษที่มีความแข็งแรง กระดาษทิชชู เป็นตัน 3. เสื้อผ้า เป็นเสื้อผ้ามือสอง 3. ขวดแก้วใส หรือสีชา นำไปผลิตขวดใหม่ได้ 4. ขวดแก้วสีอื่นๆ นำไปผลิตเป็นพื้นกระเบื้อง 5. ขวดน้ำพลาสติก นำไปผลิตเป็นผ้าพลาสติกได้ 6. พลาสติกต่างๆ นำไปผลิตพลาสติกที่ใช้ในการก่อสร้าง หรือพลาสติกที่ใช้แล้วทิ้ง หรือไม่ก็ผลิตเป็นปากกา 7. พลาสติกที่ใช้เป็นบรรจุภัณฑ์ นำไปผลิตพลาสติกที่ใช้ในการก่อสร้าง หรือพลาสติกที่ใช้แล้วทิ้ง หรือไม่ก็ผลิตเป็นปากกา สิ่งที่ควรระวังเกี่ยวกับการทิ้งขยะ การแยกขยะเป็นสิ่งที่ควรให้การสนับสนุนแต่ต้องทำความเข้าใจระหว่างผู้ทิ้งขยะกับผู้เก็บขยะด้วย 1. การเก็บขยะที่รีไซเคิลได้นั้นจะเก็บเฉพาะขยะที่สะอาด ส่วนขยะที่สกปรกไม่สามารถรีไซเคิลได้ เช่น ขยะสด ขยะที่สามารถเผาได้ ขยะที่ไม่สามารถเผาได้ควรจะแยกสีถุงบรรจุขยะให้ชัดเจน 2. ขยะ ที่รีไซเคิลได้นั้นจะนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์นำกลับมาใช้ใหม่ ดังนั้นไม่ควรทิ้งขยะที่จะนำมารีไซเคิลได้ปะปนกัน แยกถุงทิ้งและแสดงหน้าถุงบรรจุให้ชัดเจนว่าเป็นขยะแบบไหน 3. ควรจะแยกวันเก็บขยะให้ชัดเจนว่าวันไหนจะเก็บขยะประเภทใด วิธีการแยกขยะ 1. กระป๋อง กระป๋องควรจะแยกประเภทว่าเป็นอลูมิเนียมหรือว่าเหล็กและควรล้างทำความสะอาดภายในให้เรียบร้อยก่อน 2. กระดาษ กระดาษจะแยกเป็น 4 ประเภทหลักๆคือ 2.1 กระดาษหนังสือพิมพ์และใบปลิว 2.2 นิตยสาร 2.3 กล่องกระดาษ ควรแยกเอาส่วนที่เป็นโลหะออกให้หมด เช่น แม๊กเย็บกล่อง 2.4 กล่องนม ควรคลี่ออกและล้างให้สะอาดก่อนทิ้ง 3. เสื้อผ้า เสื้อผ้าที่จะนำไปรีไซเคิล ควรเป็นเสื้อผ้าที่ไม่สกปรก แค่มีรอยขาดนิดหน่อยหรือเป็นรู กระดุมหลุดเป็นตัน 4. ขวด ขวดควรแยกเป็นขวดใส ขวดสีชา และขวดสีอื่นๆ และควรล้างทำความสะอาดก่อนนำมาส่ง ควรแยกฝาที่เป็นโลหะทิ้งไปกับขยะที่ไม่สามารถเผาได้ ฝาพลาสติกทิ้งไปกับขวดพลาสติก ส่วนขวดที่แตกแล้วทิ้งไปกับขยะที่ไม่สามารถเผาได้ 5. พลาสติกต่างๆ ขวด พลาสติกควรจะล้างทำความสะอาดก่อนทิ้งพลาสติกบรรจุภัณฑ์ เฉพาะสีขาวควรล้างทำความสะอาดก่อนทิ้งถุงพลาสติก ขวดพลาสติก ควรล้างทำความสะอาดก่อนทิ้ง ขยะอื่นๆ ที่ต้องผ่านกระบวนการก่อนนำกลับมาใช้ และที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้ 1. ขยะที่สามารถเผาได้ เป็นประเภทขยะสด ขยะที่ไม่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ เช่น ของเล่น ตุ๊กตา หนังสัตว์ ผ้า แต่ควรแยกส่วนที่เป็นโลหะออกเสียก่อน ขยะสด ควรรีดน้ำออกให้เหลือน้อยที่สุดและพันด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ ไม่ควรใส่ถุงพลาสติกแล้วนำมาทิ้ง ผ้าอ้อมที่ใช้แล้วควรห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ก่อนนำมาทิ้ง 2. ขยะที่ไม่สามารถเผาได้ แก้ว โลหะ เครื่องใช้ไฟฟ้า เตารีด หม้อตัมน้ำ ทิ่ปิ้งขนมปัง ที่เป่าผม โทรทัศน์ ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า วิทยุ เป็นตัน ข้อควรระวัง แก้ว มีด ของมีคมควรห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ก่อนทิ้ง กระป๋องสเปรย์ควรเจาะรู 2 รูก่อนนำมาทิ้ง 3. ขยะที่มีขนาดใหญ่ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องเสียง จักรยานยนต์เป็นตัน 4. ขยะเป็นพิษ ถ่านไฟฉาย หลอดไฟฟ้า ควรใส่ถุงพลาสติกก่อนนำมาทิ้ง ถ้าหลอดแตกให้ทิ้งเป็นขยะเผาไม่ได้ ผลกระทบต่อสุขภาพอันเกิดจากขยะพิษประเภทต่าง ๆ ประเภทของสาร ผลิตภัณฑ์ที่พบ ผลต่อสุขภาพ 1. สารปรอท หลอดฟลูออเรสเซนต์ ปวดศรีษะ ง่วงนอน อ่อนเพลีย หลอดนีออน ซึมเซา อารมณ์แปรปรวน จิตใจไม่สงบ กระจกส่องหน้า ประสาทหลอน สมองสับสน สมองอักเสบ 2. สารตะกั่ว แบตเตอรี่รถยนต์ ปวดศรีษะ อ่อนเพลีย ซีดลง ปวดหลัง ยาฆ่าแมลง ยาปราบศัตรูพืช ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ มีอาการทางสมอง ตะกอนสี หมึกพิมพ์ ฯลฯ ทำให้ความจำเสื่อม ชักกระตุกและหมดสติลง 3. สารแมงกานีส ถ่านไฟฉาย ตะกอนสี ปวดศรีษะ ง่วงนอน จิตใจไม่สงบ เครื่องเคลือบดินเผา ประสาทหลอน เกิดตะคริวที่แขน ชา สมองสับสน สมองอักเสบ 4. สารแคดเมียม ถ่านนาฬิกาควอตซ์ ทำให้เกิดโรคอิไต-อิไต อาการปวดในกระดูก 5. สารฟอสฟอรัส ยาเบื่อหนู ตะกอนสี ฯลฯ เหงือกบวม เยื้อบุปากอักเสบ 6. สารเคมี สเปรย์ ยาย้อมผม ยาทาเล็บ เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง ประเภทอื่น ๆ ยาล้างเล็บ ยาฆ่าแมลง และเยื่อบุทางเดินหายใจ ปวดศรีษะ ยารักษาโรค ยากำจัดวัชพืช หายใจขัด เป็นลม ฯลฯ ขั้นตอนการแยกขยะอย่างง่ายแบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ 1) ขยะเศษอาหาร พืช ผัก ผลไม้ หรือที่แต่เดิมเรียกว่า ขยะเปียก ได้แก่ เศษอาหาร พืช ผัก เปลือก ผลไม้ อินทรียวัตถุที่ย่อยสลายเน่าเปื่อยง่าย มีความชื้นสูงและส่งกลิ่นเหม็นได้รวดเร็ว 2) ขยะ ยังใช้ได้หรือเรียกว่าขยะรีไซเคิล หรือที่ แต่เดิมเรียกว่า ขยะแห้ง ได้แก่ พวก แก้ว กระดาษ โลหะ พลาสติก เศษผ้า ฯลฯ ซึ่งเราสามารถเลือกวัสดุที่ยังมีประโยชน์กลับมาใช้ใหม่ได้อีก 3) ขยะ ที่มีพิษภัยอันตรายซึ่งเกิดจากบ้านเรือน ได้ตั้งถังสีเทาฝาสีส้ม ไว้สำหรับให้ประชาชนนำขยะ ที่พิษภัยอันตรายซึ่งเกิดจากบ้านเรือนมาทิ้ง โดยตั้งไว้ตามสถานีบริการน้ำมัน และสถานที่อื่น ๆ ซึ่งขยะพวกนี้ ได้แก่ หลอดไฟ และหลอดฟลูออเรสเซนต์ที่เสียแล้ว แบตเตอรี่รถยนต์ และถ่านไฟฉายที่หมดอายุ กระป๋องยาฆ่าแมลง และยาปราบศัตรูพืช ภาชนะใส่แลกเกอร์ และทินเนอร์ ภาชนะใส่น้ำมันเครื่อง และน้ำมันเบรก น้ำยาทำความสะอาดสุขภัณฑ์ ยารักษาโรค ที่เสื่อมคุณภาพ ฯลฯ รวมทั้งได้จัดให้มีวันทิ้งของเหลือใช้ เพื่อให้ประชาชนนำขยะประเภทนี้มาทิ้ง จากนั้นก็จะจ้างบริษัทเอกชนนำไปทำลายอย่างถูกหลักวิชาการต่อไป วิธีการลดขยะได้ด้วย 4 Rs “ปัญหาขยะจะหมดไปด้วยจิตสำนึกไทยรีไซเคิล” 1. Reduce ลด การใช้ ลดการบริโภคสินค้าที่ฟุ่มเฟือย ใช้อย่างประหยัด และใช้เท่าที่จำเป็น เช่น ทำอาหารให้พอดีรับประทาน เลือกซื้อสินค้าที่ไม่บรรจุห่อหลายชั้น ใช้ผ้าเช็ดหน้า แทนกระดาษทิชชู พกถุงผ้าไปตลาด 2. Repair การซ่อมแซม การซ่อมแซมวัสดุสิ่งของที่ชำรุด ให้อยู่ในสภาพที่ดีใช้งานได้นาน ไม่ต้องทิ้งเป็นขยะหรือต้องสิ้นเปลืองซื้อใหม่ 3. Reuse การใช้ซ้ำ การนำสิ่งของที่ใช้แล้วมาใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่า เช่น ขวดแก้วนำไปล้างไว้ใส่น้ำดื่ม 4. Recycle การ นำกลับมาใช้ใหม่ การนำขยะมาแปรรูป เพื่อนำกลับมาใช่ใหม่ทำให้ไม่ต้องนำทรัพยากรธรรมชาติมาผลิตสิ่งของต่าง ๆ แต่ใช้ขยะเป็นวัตถุดิบทดแทนในการผลิตสิ่งของต่าง ๆ แนวทางการใช้ประโยชน์จากวัสดุรีไซเคิล โดย ทั่วไปการแยกขยะที่เกิดขึ้นจากแหล่งกำเนิดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นชุมชน โรงเรียน ตลาดโรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า และสถานที่อื่น ๆ นั้นแยกได้เป็น 3 ประเภท คือ 1. ขยะเศษอาหาร แยกเพื่อนำไปกำจัดโดยวิธีปุ๋ยหมัก 2. ขยะ ยังใช้ได้ หรือขยะรีไซเคิลแยกเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ ใช้ซ้ำ โดยการนำกลับเข้าสู่ขบวนการนำกลับมาใช้ใหม่ การนำกลับมาใช้ใหม่ หรือรีไซเคิล คือ การนำขยะหรือวัสดุที่ใช้แล้ว มาผ่านกระบวนการผลิตเป็นสินค้าใหม่ โดยโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งมีขบวนการผลิต 4 ขั้น ตอน ได้แก่ การรวบรวม การแยกวัสดุแต่ละชนิดออกจากกัน การผลิตหรือปรับปรุง และสุดท้าย การนำมาใช้ประโยชน์ โดยในส่วนของขั้นตอนการผลิต นั้นวัสดุพวกแก้ว กระดาษ พลาสติก และโลหะ จะผ่านกรรมวิธีการผลิตที่แตกต่างกัน 3. ขยะพิษ แยกเพื่อรวบรวมส่งกำจัดด้วยวิธีที่เหมาะสม อาจใช้ได้ทั้งวิธีการฝังกลบโดยวิธีพิเศษ และการเผา หลัง จากวัสดุผ่านกระบวนการผลิต จะได้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนการนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป โดยจะพบสัญลักษณ์รีไซเคิล ปรากฏอยู่บนผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลทุกชิ้น การนำกลับมาใช้ใหม่ การ นำขยะมาแปรรูป เพื่อนำกลับมาใช่ใหม่ทำให้ไม่ต้องนำทรัพยากรธรรมชาติมาผลิตสิ่งของต่าง ๆ แต่ใช้ขยะเป็นวัตถุดิบทดแทนในการผลิตสิ่งของต่าง ๆ ../add_file/ประชาสัมพันธ์รณรงค์การคัดแยกขยะ เพื่อการลด คัดแยกการใช้ประโยชน์ขยะมูลฝอยในชุมชน สถานการณ์ขยะในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตำหนักในปัจจุบันเริ่มเป็นปัญหามากขึ้นเรื่อยๆ สืบเนื่องจากจำนวนขยะที่มีมากขึ้น สาเหตุประการหนึ่ง คือ ประชาชนยังไม่มีการคัดแยกขยะก่อนทิ้ง ทำให้ขยะที่จัดเก็บมีทั้งขยะเปียก ขยะแห้ง หรือแม้แต่ขยะอันตราย เช่น หลอดไฟ แบตเตอรี่มือถือ ถ่านไฟฉาย ฯลฯ ผลจากการไม่คัดแยกขยะก่อนทิ้ง ทำให้ขยะมีน้ำหนักมาก โดยเฉพาะขยะเปียกที่มีน้ำผสมอยู่ จากปัญหาดังกล่าวกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนตำบลท่าตำหนัก จึงมีแนวคิดในการลดปริมาณขยะ ลดค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะ ด้วยการขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนได้ร่วมกันลดปริมาณขยะด้วยวิธีการคัดแยกขยะก่อนทิ้ง ซึ่งถือว่าเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่ประชาชนสามารถมีส่วนในการลดค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะ ที่สำคัญคือ อบต. มีงบประมาณเหลือไว้ใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวตำบลรำพันได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกันก่อนว่าขยะหลังจากนำมารีไซเคิลได้ จะสามารถนำไปทำเป็นอะไรได้บ้าง 1. ขยะประเภท กระป๋องอลูมิเนียม และกระป๋องเหล็ก สามารถนำไปรีไซเคิลและผลิตเป็นกระป๋องอลูมิเนียม กระป๋องเหล็ก ชิ้นส่วนจักรยานยนต์ และอุปกรณ์ก่อสร้าง ตู้เย็น เครื่องซักผ้าเป็นต้น 2. ขยะประเภทกระดาษหนังสือพิมพ์ นิตยสาร กล่องกระดาษ กล่องนม สามารถนำไปทำเป็นกล่องกระดาษที่มีความแข็งแรง กระดาษทิชชู เป็นตัน 3. เสื้อผ้า เป็นเสื้อผ้ามือสอง 3. ขวดแก้วใส หรือสีชา นำไปผลิตขวดใหม่ได้ 4. ขวดแก้วสีอื่นๆ นำไปผลิตเป็นพื้นกระเบื้อง 5. ขวดน้ำพลาสติก นำไปผลิตเป็นผ้าพลาสติกได้ 6. พลาสติกต่างๆ นำไปผลิตพลาสติกที่ใช้ในการก่อสร้าง หรือพลาสติกที่ใช้แล้วทิ้ง หรือไม่ก็ผลิตเป็นปากกา 7. พลาสติกที่ใช้เป็นบรรจุภัณฑ์ นำไปผลิตพลาสติกที่ใช้ในการก่อสร้าง หรือพลาสติกที่ใช้แล้วทิ้ง หรือไม่ก็ผลิตเป็นปากกา สิ่งที่ควรระวังเกี่ยวกับการทิ้งขยะ การแยกขยะเป็นสิ่งที่ควรให้การสนับสนุนแต่ต้องทำความเข้าใจระหว่างผู้ทิ้งขยะกับผู้เก็บขยะด้วย 1. การเก็บขยะที่รีไซเคิลได้นั้นจะเก็บเฉพาะขยะที่สะอาด ส่วนขยะที่สกปรกไม่สามารถรีไซเคิลได้ เช่น ขยะสด ขยะที่สามารถเผาได้ ขยะที่ไม่สามารถเผาได้ควรจะแยกสีถุงบรรจุขยะให้ชัดเจน 2. ขยะ ที่รีไซเคิลได้นั้นจะนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์นำกลับมาใช้ใหม่ ดังนั้นไม่ควรทิ้งขยะที่จะนำมารีไซเคิลได้ปะปนกัน แยกถุงทิ้งและแสดงหน้าถุงบรรจุให้ชัดเจนว่าเป็นขยะแบบไหน 3. ควรจะแยกวันเก็บขยะให้ชัดเจนว่าวันไหนจะเก็บขยะประเภทใด วิธีการแยกขยะ 1. กระป๋อง กระป๋องควรจะแยกประเภทว่าเป็นอลูมิเนียมหรือว่าเหล็กและควรล้างทำความสะอาดภายในให้เรียบร้อยก่อน 2. กระดาษ กระดาษจะแยกเป็น 4 ประเภทหลักๆคือ 2.1 กระดาษหนังสือพิมพ์และใบปลิว 2.2 นิตยสาร 2.3 กล่องกระดาษ ควรแยกเอาส่วนที่เป็นโลหะออกให้หมด เช่น แม๊กเย็บกล่อง 2.4 กล่องนม ควรคลี่ออกและล้างให้สะอาดก่อนทิ้ง 3. เสื้อผ้า เสื้อผ้าที่จะนำไปรีไซเคิล ควรเป็นเสื้อผ้าที่ไม่สกปรก แค่มีรอยขาดนิดหน่อยหรือเป็นรู กระดุมหลุดเป็นตัน 4. ขวด ขวดควรแยกเป็นขวดใส ขวดสีชา และขวดสีอื่นๆ และควรล้างทำความสะอาดก่อนนำมาส่ง ควรแยกฝาที่เป็นโลหะทิ้งไปกับขยะที่ไม่สามารถเผาได้ ฝาพลาสติกทิ้งไปกับขวดพลาสติก ส่วนขวดที่แตกแล้วทิ้งไปกับขยะที่ไม่สามารถเผาได้ 5. พลาสติกต่างๆ ขวด พลาสติกควรจะล้างทำความสะอาดก่อนทิ้งพลาสติกบรรจุภัณฑ์ เฉพาะสีขาวควรล้างทำความสะอาดก่อนทิ้งถุงพลาสติก ขวดพลาสติก ควรล้างทำความสะอาดก่อนทิ้ง ขยะอื่นๆ ที่ต้องผ่านกระบวนการก่อนนำกลับมาใช้ และที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้ 1. ขยะที่สามารถเผาได้ เป็นประเภทขยะสด ขยะที่ไม่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ เช่น ของเล่น ตุ๊กตา หนังสัตว์ ผ้า แต่ควรแยกส่วนที่เป็นโลหะออกเสียก่อน ขยะสด ควรรีดน้ำออกให้เหลือน้อยที่สุดและพันด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ ไม่ควรใส่ถุงพลาสติกแล้วนำมาทิ้ง ผ้าอ้อมที่ใช้แล้วควรห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ก่อนนำมาทิ้ง 2. ขยะที่ไม่สามารถเผาได้ แก้ว โลหะ เครื่องใช้ไฟฟ้า เตารีด หม้อตัมน้ำ ทิ่ปิ้งขนมปัง ที่เป่าผม โทรทัศน์ ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า วิทยุ เป็นตัน ข้อควรระวัง แก้ว มีด ของมีคมควรห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ก่อนทิ้ง กระป๋องสเปรย์ควรเจาะรู 2 รูก่อนนำมาทิ้ง 3. ขยะที่มีขนาดใหญ่ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องเสียง จักรยานยนต์เป็นตัน 4. ขยะเป็นพิษ ถ่านไฟฉาย หลอดไฟฟ้า ควรใส่ถุงพลาสติกก่อนนำมาทิ้ง ถ้าหลอดแตกให้ทิ้งเป็นขยะเผาไม่ได้ ผลกระทบต่อสุขภาพอันเกิดจากขยะพิษประเภทต่าง ๆ ประเภทของสาร ผลิตภัณฑ์ที่พบ ผลต่อสุขภาพ 1. สารปรอท หลอดฟลูออเรสเซนต์ ปวดศรีษะ ง่วงนอน อ่อนเพลีย หลอดนีออน ซึมเซา อารมณ์แปรปรวน จิตใจไม่สงบ กระจกส่องหน้า ประสาทหลอน สมองสับสน สมองอักเสบ 2. สารตะกั่ว แบตเตอรี่รถยนต์ ปวดศรีษะ อ่อนเพลีย ซีดลง ปวดหลัง ยาฆ่าแมลง ยาปราบศัตรูพืช ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ มีอาการทางสมอง ตะกอนสี หมึกพิมพ์ ฯลฯ ทำให้ความจำเสื่อม ชักกระตุกและหมดสติลง 3. สารแมงกานีส ถ่านไฟฉาย ตะกอนสี ปวดศรีษะ ง่วงนอน จิตใจไม่สงบ เครื่องเคลือบดินเผา ประสาทหลอน เกิดตะคริวที่แขน ชา สมองสับสน สมองอักเสบ 4. สารแคดเมียม ถ่านนาฬิกาควอตซ์ ทำให้เกิดโรคอิไต-อิไต อาการปวดในกระดูก 5. สารฟอสฟอรัส ยาเบื่อหนู ตะกอนสี ฯลฯ เหงือกบวม เยื้อบุปากอักเสบ 6. สารเคมี สเปรย์ ยาย้อมผม ยาทาเล็บ เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง ประเภทอื่น ๆ ยาล้างเล็บ ยาฆ่าแมลง และเยื่อบุทางเดินหายใจ ปวดศรีษะ ยารักษาโรค ยากำจัดวัชพืช หายใจขัด เป็นลม ฯลฯ ขั้นตอนการแยกขยะอย่างง่ายแบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ 1) ขยะเศษอาหาร พืช ผัก ผลไม้ หรือที่แต่เดิมเรียกว่า ขยะเปียก ได้แก่ เศษอาหาร พืช ผัก เปลือก ผลไม้ อินทรียวัตถุที่ย่อยสลายเน่าเปื่อยง่าย มีความชื้นสูงและส่งกลิ่นเหม็นได้รวดเร็ว 2) ขยะ ยังใช้ได้หรือเรียกว่าขยะรีไซเคิล หรือที่ แต่เดิมเรียกว่า ขยะแห้ง ได้แก่ พวก แก้ว กระดาษ โลหะ พลาสติก เศษผ้า ฯลฯ ซึ่งเราสามารถเลือกวัสดุที่ยังมีประโยชน์กลับมาใช้ใหม่ได้อีก 3) ขยะ ที่มีพิษภัยอันตรายซึ่งเกิดจากบ้านเรือน ได้ตั้งถังสีเทาฝาสีส้ม ไว้สำหรับให้ประชาชนนำขยะ ที่พิษภัยอันตรายซึ่งเกิดจากบ้านเรือนมาทิ้ง โดยตั้งไว้ตามสถานีบริการน้ำมัน และสถานที่อื่น ๆ ซึ่งขยะพวกนี้ ได้แก่ หลอดไฟ และหลอดฟลูออเรสเซนต์ที่เสียแล้ว แบตเตอรี่รถยนต์ และถ่านไฟฉายที่หมดอายุ กระป๋องยาฆ่าแมลง และยาปราบศัตรูพืช ภาชนะใส่แลกเกอร์ และทินเนอร์ ภาชนะใส่น้ำมันเครื่อง และน้ำมันเบรก น้ำยาทำความสะอาดสุขภัณฑ์ ยารักษาโรค ที่เสื่อมคุณภาพ ฯลฯ รวมทั้งได้จัดให้มีวันทิ้งของเหลือใช้ เพื่อให้ประชาชนนำขยะประเภทนี้มาทิ้ง จากนั้นก็จะจ้างบริษัทเอกชนนำไปทำลายอย่างถูกหลักวิชาการต่อไป วิธีการลดขยะได้ด้วย 4 Rs “ปัญหาขยะจะหมดไปด้วยจิตสำนึกไทยรีไซเคิล” 1. Reduce ลด การใช้ ลดการบริโภคสินค้าที่ฟุ่มเฟือย ใช้อย่างประหยัด และใช้เท่าที่จำเป็น เช่น ทำอาหารให้พอดีรับประทาน เลือกซื้อสินค้าที่ไม่บรรจุห่อหลายชั้น ใช้ผ้าเช็ดหน้า แทนกระดาษทิชชู พกถุงผ้าไปตลาด 2. Repair การซ่อมแซม การซ่อมแซมวัสดุสิ่งของที่ชำรุด ให้อยู่ในสภาพที่ดีใช้งานได้นาน ไม่ต้องทิ้งเป็นขยะหรือต้องสิ้นเปลืองซื้อใหม่ 3. Reuse การใช้ซ้ำ การนำสิ่งของที่ใช้แล้วมาใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่า เช่น ขวดแก้วนำไปล้างไว้ใส่น้ำดื่ม 4. Recycle การ นำกลับมาใช้ใหม่ การนำขยะมาแปรรูป เพื่อนำกลับมาใช่ใหม่ทำให้ไม่ต้องนำทรัพยากรธรรมชาติมาผลิตสิ่งของต่าง ๆ แต่ใช้ขยะเป็นวัตถุดิบทดแทนในการผลิตสิ่งของต่าง ๆ แนวทางการใช้ประโยชน์จากวัสดุรีไซเคิล โดย ทั่วไปการแยกขยะที่เกิดขึ้นจากแหล่งกำเนิดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นชุมชน โรงเรียน ตลาดโรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า และสถานที่อื่น ๆ นั้นแยกได้เป็น 3 ประเภท คือ 1. ขยะเศษอาหาร แยกเพื่อนำไปกำจัดโดยวิธีปุ๋ยหมัก 2. ขยะ ยังใช้ได้ หรือขยะรีไซเคิลแยกเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ ใช้ซ้ำ โดยการนำกลับเข้าสู่ขบวนการนำกลับมาใช้ใหม่ การนำกลับมาใช้ใหม่ หรือรีไซเคิล คือ การนำขยะหรือวัสดุที่ใช้แล้ว มาผ่านกระบวนการผลิตเป็นสินค้าใหม่ โดยโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งมีขบวนการผลิต 4 ขั้น ตอน ได้แก่ การรวบรวม การแยกวัสดุแต่ละชนิดออกจากกัน การผลิตหรือปรับปรุง และสุดท้าย การนำมาใช้ประโยชน์ โดยในส่วนของขั้นตอนการผลิต นั้นวัสดุพวกแก้ว กระดาษ พลาสติก และโลหะ จะผ่านกรรมวิธีการผลิตที่แตกต่างกัน 3. ขยะพิษ แยกเพื่อรวบรวมส่งกำจัดด้วยวิธีที่เหมาะสม อาจใช้ได้ทั้งวิธีการฝังกลบโดยวิธีพิเศษ และการเผา หลัง จากวัสดุผ่านกระบวนการผลิต จะได้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนการนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป โดยจะพบสัญลักษณ์รีไซเคิล ปรากฏอยู่บนผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลทุกชิ้น การนำกลับมาใช้ใหม่ การ นำขยะมาแปรรูป เพื่อนำกลับมาใช่ใหม่ทำให้ไม่ต้องนำทรัพยากรธรรมชาติมาผลิตสิ่งของต่าง ๆ แต่ใช้ขยะเป็นวัตถุดิบทดแทนในการผลิตสิ่งของต่าง ๆ

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : PDThPpjThu103112.pdf

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : Q4AKELYThu110741.pdf

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : 6k26pVaFri33933.pdf

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : KrKnyYmFri34104.pdf

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : au8qhBiTue85355.pdf

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : kUekoPiTue85925.pdf

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : รอปรับปรุง ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: รอปรับปรุง ../add_file/รอปรับปรุง

ชื่อไฟล์ : thqzAX0Tue34315.pdf

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : 9lFvCykTue34429.pdf

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : JiSyfNoTue35027.pdf

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : tRTW7S1Tue35251.pdf

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : oLDX0NqTue35333.pdf

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : dFpt30cTue35453.pdf

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : d38B0fRTue35534.pdf

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : wyG27ReThu23921.pdf

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : hLTNfAfThu30948.pdf

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : TLhYhE8Thu31010.pdf

ชื่อไฟล์ : bt6pxQCThu31453.pdf

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : vfS2byAThu31413.pdf

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : MNFlGxHThu31529.pdf

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : YXHalJwThu31601.pdf

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : 3w3gaciThu31631.pdf

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ZuvgYuoThu31707.pdf

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : Ko4PMcEThu31824.pdf

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : j1ewYq4Thu31913.pdf

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/